LCD TV- LED LCD TV การแนะนำและวิธีเลือกซื้อ LCD TV พร้อมโปรโมชั่น เปรียบเทียบ ราคา แอลซีดีทีวีขนาดต่างๆ
บริษัท LG สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก โดยผลิตสินค้าที่ตรงตามมาตรฐาน Energy Star® ของสหรัฐอเมริกา สำหรับผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน
Energy Star เป็นนโยบายระดับนานาชาติของอเมริกา เพื่อสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน ริเริ่มโดย ตัวแทนพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา ในปี 1992 อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดก๊าซเรือนกระจก ผลิตภัณฑ์ของบริษัท LG ส่วนใหญ่ ได้มาตรฐาน Energy Star เช่น เครื่องชาร์จโทรศัพท์ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ได้มาตรฐาน Energy Star ถึง 100%
บริษัท LG Electronics เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ให้ความสำคัญด้านพลังงาน ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงปัญหาสภาพแวดล้อม ที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากโรงงานของเรา เราได้จัดการและทำแผนสองประการเพื่อลดก๊าซคาร์บอน
1. พัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2. ยกระดับการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ของแอลจีให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ทีวี LCD และทีวี Plasma ที่ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2005 ได้มาตรฐาน Energy Star กว่า 90% และบางส่วนก็เกินมาตรฐานดังกล่าวไปกว่า 30%
| ส่วนที่ตรงตามมาตรฐาน | ส่วนที่เกินมาตรฐาน (30%) | List | |
|---|---|---|---|
| LCD | 88% | 45% | |
| พลาสม่า | 91% | 29% |
นอกจากนี้ เรายังลดชิ้นส่วนในพลาสม่าทีวีด้วยการปรับเปลี่ยนขั้นตอน single-scan ในการผลิต ด้วยเหตุนี้ แอลซีดี และพลาสม่าทีวีของเราไม่เพียงแต่จะลดการบริโภคพลังงานเท่านั้น (ช่วยคุณประหยัดค่าไฟฟ้า) แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ สำหรับข้อมูลเพิ่ม เชิญเข้าไปดูได้ที่ the government’s Energy Star website.
ทั้งจอแอลซีดีและพลาสม่า ต่างก็บาง ทันสมัย และเป็นสะดุดตาด้วยภาพความละเอียดสูง มุมมองกว้าง และไม่ติดขัด แต่ว่าแบบไหนล่ะ ที่เหมาะกับคุณ
พลาสม่าคือทีวีจอแบน ที่ใช้ปรากฏการณ์พลาสม่าในการสร้างแสงสีต่างๆ โดยก๊าซที่อยู่ในพลาสม่าจะทำปฏิกิริยากับฟอสเฟอร์ทำให้พิกเซลแต่ละพิกเซลเรืองแสง ให้สีที่เจิดจ้าและภาพที่คมชัด
เพราะจอพลาสม่าสามารถสร้างแสงขึ้นมาได้เอง contrast ratio จึงคม ชัด ลึกและแสดงภาพภาพเคลือนไหวรวดเร็วได้อย่างลื่นไหล ชัดเจน จึงเป็นเหตุผลที่ลูกค้าบางคนเลือกใช้ทีวีพลาสม่าแทนที่จะใช้ทีวีแอลซีดีเพื่อชมกีฬาและภาพยนตร์แอคชั่น ทีวีพลาสม่ายังเด่นในเรื่องการให้ความดำลึก สีดำที่ดำสนิท และสีอื่นๆ ที่แม่นยำสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เหมาะกับการชมภาพยนตร์ ที่เต็มไปด้วยฉากมืดๆ
ด้วยเหตุผลหลายประการ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกย่องให้ทีวีพลาสม่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในบรรยากาศแบบโฮมเธียเตอร์ อันดับแรก ทีวีพลาสม่าแสดงภาพได้ดีกว่าในห้องที่มีคุณสามารถควบคุมระดับของแสงได้ เช่น ห้องโฮมเธียเตอร์ เหตุผลข้อที่สอง คือ ทีวีพลาสม่าจะมีมุมมองที่กว้างกว่าทีวีแอลซีดี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะนั่งที่มุมไหนของห้อง คุณก็สามารถเต็มอารมณ์กับภาพและสีได้ชัดเจน
ทีวีแอลซีดีเป็นทีวีระบบดิจิตอล ที่มีการกำหนดพิกเซลแบบตายตัว โดยแต่ละพิกเซลจะประกอบไปด้วยเม็ดสีเล็กๆ 3 สี ได้แก่ แดง เขียวและน้ำเงิน ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอแอลซีดี เกิดจาก backlight ที่อยู่ด้านหลังจอ ผ่านตัวกรอง จากนั้นแต่ละพิกเซลจะสร้างความสว่างที่ต่างกันออกมา
แอลซีดีมีข้อได้เปรียบอย่างนึงคือ มีมากมายหลายขนาด โดยเริ่มตั้งแต่ 15 นิ้ว ไปจนถึง 55 นิ้ว โดยแอลซีดีทีวีขนาดเล็ก จะมีทั้งจอปกติแบบ 4:3 และ widescreen ส่วนจอที่มีขนาดใหญ่กว่า 22 นิ้วขึ้นไป จะมีแต่แบบ widescreen และจะเป็น enhanced definition (ED) หรือ high definition (HD) เท่านั้น
นอกจากนี้ทีวีแอลซีดี ยังมีข้อได้เปรียบอีกหลายด้าน ด้วยขนาดที่มีมากมาย จึงทำมีหลากหลายราคาเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงสามารถเลือกซื้อได้ตามงบประมาณของคุณ เพราะจอแอลซีดีที่ใช้ backlight ที่มีกาดลดและเพิ่มแสงในการกำเนิดภาพ ภาพจึงไม่สว่างเกินไปแม้จะอยู่ในห้องที่มีแสงสว่างมากๆ หรือพูดง่ายๆ คือเหมาะกับห้องที่ไม่สามารถควบคุมแสงได้ อีกทั้งแอลซีดียังให้ภาพที่น่าตื่นตาไม่ว่าจะเป็นวิดีโอเกมหรือคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ไม่ว่าคุณจะชมอะไร แอลซีดี จะให้ภาพความละเอียดสูงที่คุณจะตะลึง
การออกแบบเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีและความต้องการของมนุษย์กลมกลืนกันได้อย่างลงตัว ด้วยความพยายามที่จะเข้าถึงความต้องการ และการนำนวัตกรรมไปสู่ลูกค้า แอลจีได้พัฒนาการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ แนวคิด สไตล์ รูปลักษณ์ และผลลัพธ์
แอลจีออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก และได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบของเรา ด้วยความรู้และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสู่การออกแบบในยุคใหม่ คือสองกุญแจสำคัญที่ทำให้เราอยู่เหนือคู่แข่งในวงการที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เราออกแบบพลาสม่า และแอลซีดีทีวีของเราได้อย่างโดดเด่น ตัวอย่างเช่น ในปี 2008 แอลจีได้ออกแอลซีดีทีวีที่บางที่สุดในโลก Scarlet ที่มีความบางแค่ 44.7 มิลลิเมตรเท่านั้น นอกจากนี้แอลจีจะลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่อไป เช่น จอสามมิติ ซึ่งเป็นความบันเทิงที่เราคาดว่าจะมีในอนาคต
ทีวีแอลซีดีแบบ Full HD ของแอลจีนั้น เหมาะสำหรับการชมภาพยนตร์อย่างยิ่ง ซึ่ง Full HD จะทำให้สัญญาณที่มีความละเอียดต่ำของสัญญาณอนาล็อก เข้าใกล้ระดับความละเอียดสูง high-definition(1080p) และสร้างภาพที่คมชัด โดยแสดงภาพต้นฉบับที่ไม่เบลอและไม่เสียรูปทรงเดิม รวมถึงเทคโนโลยี Intelligent Sensor ที่สามารถปรับความสว่างและความเข้มแสงให้เหมาะสมกับสภาพห้อง นอกจากนี้ทีวี Full HD จากแอลจี ยังมีเทคโนโลยีในการแสกนภาพ 120Hz ซึ่งมีค่าเป็นสองเท่าของ refresh rate ทำให้ผู้ชมสามารถชมภาพเคลื่อนไหวที่รวดเร็วได้โดยที่ภาพจะไม่เบลอหรือสะดุด ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบ Dimple Speaker (ลำโพงดีไซน์แบบลูกกอล์ฟ) อันเป็นลักษณะเฉพาะแอลจี ยังให้เสียงที่กังวาลและมีพลังไม่ว่าจะเปิดเสียงดังแค่ไหนก็ตาม ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรส
ผู้ชมจะตื่นตากับความคมชัดและอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน กับสีที่ดำสนิท และรายละเอียดของแสงเงาที่เหนือกว่าในพลาสม่าทีวีจากแอลจี การออกแบบแบบหน้าจอกระจกแผ่นเดียวเป็นการฉีกกรอบเดิมๆ ทิ้งไป และยังมีชิพประมวลผลอัจฉริยะ Dual XD engine จากแอลจีที่ช่วยให้ภาพที่ได้คมชัดเหมาะสมกับวิดีโอทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Super Bright Panel ซึ่งช่วยให้ภาพที่สว่าง ชัดเจนมากขึ้น
คืออุปกรณ์สำหรับความบันเทิงภายในบ้านที่ควรจะต้องมี ด้วย HDTV จากแอลจี ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น DVD และสร้างความพอใจในการดูทีวีจากที่บ้านได้อย่างง่ายๆ ลองหาแผ่น DVD และแผ่น Blu-ray ที่จะช่วยให้คุณเต็มอารมณ์กับคุณภาพเสียงเทียบเท่าระดับ Dolby Surround ภาพแบบ widescreen สีที่มากกว่า ความดำที่ลึกกว่าและภาพที่คมชัดกว่า
ในยุคดิจิตอล ผู้ออกอากาศจะสามารถส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงให้ได้รับชมได้ฟรี ซึ่งภาพจะมีคุณภาพเท่ากับโรงภาพยนตร์ และคุณภาพของเสียงระดับซีดี ภายใต้ระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน เครือข่ายยังสามารถออกอากาศด้วยความละเอียดได้หลายรูปแบบ ซึ่งเรียกว่า multicasting แต่ด้วยการออกอากาศด้วยสัญญาณดิจิตอล จะทำให้คุณไม่ขาดการรับความบันเทิงจาก HDTV
Plasma To Fit Every Lifestyleสัมผัสประสบการณ์ทีวีพลาสมาไร้ขอบของ LG เพิ่มมุมมองให้คุณเต็มที่ สำหรับทีวีขนาด 42-60 นิ้ว รวมถึงรุ่นที่มี contrast ratio เท่ากับ 10,000:1 และแสดงภาพได้นานถึง 40 ปีอีกด้วย* (60,000 ชั่วโมง)
• ทีวีความละเอียดสูงหรือ HDTV มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ standard shaped direct-view tubes, LCDs, plasma monitors, and rear- and front-projection units that require separate screens.
และ high definition หมายถึง resolution ซึ่งก็คือจำนวนของเส้นทางแนวนอน ที่ปรากฏบนหน้าจอ ไม่ใช่เทคโนโลยีของทีวี
• สถานีโทรทัศน์ในปัจจุบัน กำลังจะออกอากาศในระบบดิจิตอล โดยคาดว่าจะยกเลิกระบบอนาล็อกในต้นปี 2009 บริษัทต่างๆ ได้มีการผลิตตัวแปลงสัญญาณ จากสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาณอนาล็อก ทำให้คุณภาพของภาพและเสียงที่ได้รับถูกลดลงไปแต่เพื่อให้ทีวีรุ่นเก่าๆ ยังคงรับสัญญาณได้ อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณจะได้รับอรรถรสแบบเต็มๆ ด้วยคุณภาพของภาพเสียงระดับโรงภาพยนตร์และการบริการเสริมต่างๆ จากระบบดิจิตอลจากการออกอากาศระบบดิจิตอล คือการเปลี่ยนไปใช้ทีวีที่รับสัญญาณดิจิตอลได้
• ระบบเคเบิ้ลดิจิตอลไม่ใช่ HDTV แต่ระบบเคเบิ้ลดิจิตอลคือทีวีระบบอนาล็อก แต่ผ่านการทำสัญญาณให้เป็นสัญญาณดิจิตอลและส่งผ่านสายเคเบิ้ล โดยภาพของระบบเคเบิ้ลดิจิตอล ยังคงมีคุณภาพเท่าระบบอนาล็อก ซึ่งห่างไกลจากการเป็น high definition
• ปัจจุบันมีรายการทีวีที่ออกอากาศแบบ high-definition จากเครือข่ายหลักๆ กว่า 200 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งกว่า 70 ชั่วโมงเป็นรายการฟรี ทั้งยังมีรายการใหม่ๆ ที่พร้อมจะเพิ่มเข้ามาตลอดเวลาอีกด้วย
ดิจิตอลทีวีหรือที่รู้จักกันในนาม DTV ให้ภาพที่มีความละเอียดกว่าทีวีระบบอนาล็อกถึงห้าเท่า และช่วยขจัดสิ่งรบกวนต่างๆ ทีวี ในที่นี้หมายถึงทั้งตัวรับสัญญาณและจอภาพ โดย DTV จะมีอยู่สามประเภท ได้แก่ standard definition (SD), definition (ED), และ high definition (HD) โดย DTV ในตลาดทุกวันนี้ สามารถรับสัญญาณดิจิตอลได้ทั้ง 3 แบบ และสามารถปรับสัญญาณให้เข้ากับความสามารถของจอภาพได้ หรือพูดได้อีกอย่างคือสัญญาณความละเอียดสูงที่รับโดย DTV สามารถ down grade ความละเอียด เพื่อให้สามารถรับภาพได้ใน DTV ที่มีความละเอียดต่ำกว่า
ทีวีที่รับ สัญญาณดิจิตอล และแสดงผล 480 เส้นในอัตราส่วนหน้าจอ 4:3 (รูปแบบสี่เหลี่ยมของทีวีในปัจจุบัน) ซึ่งให้ความละเอียดของภาพเท่ากับทีวีระบบอนาล็อก
ทีวีที่รับสัญญาณระบบดิจิตอล และแสดงผลต่ำกว่า 720 เส้น ซึ่งทีวีนี้จะมีทั้งแบบจอกว้าง และปกติ แต่ภาพที่ปรากฏจะเป็นลักษณะแบบจอกว้าง ซึ่งความละเอียดจะเท่ากับดิวีดีในปัจจุบัน
ทีวีที่รับสัญญาณดิจิตอลเต็มรูปแบบ และแสดงภาพมากกว่า 720 เส้น เราเรียกทีวีแบบนี้ว่า high-definition หรือ HDTV (รวมหมดทั้ง 720p, 1080i, และ 1080p) HDTV มีทั้งแบบจอกว้าง widescreen (16:9) และแบบมาตรฐาน (4:3) แต่ภาพที่ปรากฏจะเป็นลักษณะแบบ widescreen เสมอ HDTV คือส่วนที่โตที่สุดของตลาด เพราะให้ภาพที่ดีที่สุดและเหมาะกับสัญญาณแพร่ภาพของผู้ออกอากาศส่วนใหญ่