แอลจี เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568

CORPORATE07/25/2025

    แอลจี เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568

    สร้างรากฐานแกร่งสำหรับการเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
    ผ่านการปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

     

    2Q_2025_Financial_Results.jpg

     

    กรุงโซล, 25 กรกฎาคม 2568 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (แอลจี) ประกาศทำรายได้รวม 20.74 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 4.78 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 639.4 พันล้านวอน (หรือประมาณ 1.48 หมื่นล้านบาท) สำหรับไตรมาส 2 ของปี 2568

     

    โดยทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความถดถอยของตลาดโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ภาระทางภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ของสหรัฐอเมริกา และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น 

    รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจาก ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างกำไรโดยรวมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

     

    แม้จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ แต่กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS) กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS) และกลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง

    โดยแต่ละกลุ่มธุรกิจสามารถสร้างรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และทั้งสามกลุ่มธุรกิจนี้ยังสามารถทำผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ได้สูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ที่ทำรายได้และกำไรจากการ

    ดำเนินงานรายไตรมาสได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วยในขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS)

    มีการรายงานการขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยสาเหตุหลักมาจากยอดขายโทรทัศน์ที่ลดลงและการใช้จ่ายทาง การตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม

     

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิงยังคงสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอได้จากธุรกิจด้านโฆษณาและเนื้อหาที่อยู่บนแพลตฟอร์ม webOS ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้โดยรวมให้บริษัทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     

    สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อการเติบโตเชิงคุณภาพ

    แอลจียังเดินหน้าเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจ B2B เช่น

    ส่วนประกอบยานยนต์และระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ เช่น ธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงธุรกิจแบบ Direct-to-Consumer (D2C) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ LGE.COM

    ในไตรมาส 2 ของปี 2568 รายได้จากธุรกิจ B2B ซึ่งรวมถึงโซลูชันยานยนต์ ส่วนประกอบ และโรงงานอัจฉริยะ รวมทั้งระบบ HVAC เพิ่มขึ้น 3% เป็นเงิน 6.2 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 1.43 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สำหรับรายได้จากธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) เพิ่มขึ้น 18% อยู่ที่ 630 พันล้านวอน (หรือประมาณ 1.45 หมื่นล้านบาท)

    กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ยังคงเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงพอร์ตโฟลิโอที่ยังดำเนินอยู่ของบริษัท โดยธุรกิจ B2B มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนด้านอุปสงค์น้อยกว่า และยังได้รับประโยชน์จากอุปสรรคที่กันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาสู่ตลาดได้โดยง่าย

     

    เนื่องจากการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่อยู่บนพื้นฐานของการมอบโซลูชันตามที่ลูกค้าต้องการ สำหรับส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ยังสามารถสร้างช่องทางรายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีอัตรากำไรสูง ในขณะที่ช่องทาง D2C ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและคุณค่าของแบรนด์

     

    ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 และแนวโน้มธุรกิจ แยกตามกลุ่มธุรกิจ

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS)

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS) ของแอลจี มีรายได้ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 6.59 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 1.52 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานที่ 439.9 พันล้านวอน (หรือประมาณ 10.14 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นผลประกอบการไตรมาส 2 ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าความต้องการของผู้บริโภคจะอ่อนตัวลง แรงกดดันด้านภาษีศุลกากร และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับโลกที่แข็งแกร่งไว้ได้ โดยกลยุทธ์แบบสองทาง ซึ่งมุ่งเป้าไปทั้งตลาดในกลุ่มพรีเมียมและตลาดกลุ่มใหญ่ (Mass Market) ยังคงสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ธุรกิจการบอกรับสมาชิกยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสนับสนุนความสามารถในการสร้างกำไร

    ในอนาคต

    การฟื้นตัวของตลาดคาดว่าจะยังคงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (HS) จะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ Subscription และธุรกิจ D2C รวมถึงการมองหาวิธีการปรับปรุงต้นทุนเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา แม้จะมีการคาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนโลจิสติกส์จะผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปลายปี 2567 และต้นปี 2568 แต่บริษัทยังคงวางแผนที่จะบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างรอบคอบเพื่อรักษาระดับกำไรจากการดำเนินงานให้เท่าเดิมหรือสูงกว่าปีที่แล้ว

     

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS)

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS) ของแอลจี รายงานรายได้ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4.39 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 1.01 แสนล้านบาท) และขาดทุนจากการดำเนินงาน 191.7 พันล้านวอน (หรือประมาณ 4.42 พันล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากความต้องการในตลาดที่ชะลอตัวส่งผลให้ยอดขายทีวีลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว

     

    ในอนาคต

    บริษัทจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีแผนขยายการเข้าถึงตลาดในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) เช่น อินเดีย ที่ยังคงมีความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ คาดว่าธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ๆ ในด้านต่างๆ เช่น เกมและศิลปะดิจิทัล

     

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS)

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS) ของแอลจีสร้างสถิติรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.85 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 6.56 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 126.2 พันล้านวอน (หรือประมาณ 2.91 พันล้านบาท)

    ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากยอดคำสั่งซื้อคงค้างที่มีปริมาณ มากและยอดขายจากการรับจ้างผลิตโซลูชันในรถยนต์ (OEM) ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในยุโรป

     

    การปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ระบบสาระบันเทิงภายในรถยนต์ (IVI) ระดับพรีเมียมช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของชิ้นส่วนรถยน ต์ไฟฟ้าและระบบไฟส่องสว่างยังช่วยเสริมผลประกอบการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในอนาคต

    บริษัทจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าหลักและรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

     

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES)

    กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) ของแอลจี สร้างรายได้ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.64 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 6.08 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 250.5 พันล้านวอน (หรือประมาณ 5.77 พันล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติผลประกอบการไตรมาส 2 ที่สูงที่สุด การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยความต้องการเครื่องปรับอากาศสำหรับที่ พักอาศัยในเกาหลีในปริมาณมาก รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่ม HVAC เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ซึ่งปริมาณการขายที่สูงขึ้นนี้ช่วยเพิ่มอัตรากำไรเมื่อเทียบกับต้นทุน ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น

     

    สำหรับครึ่งปีหลัง

    แอลจีตั้งเป้าที่จะรองรับความต้องการเปลี่ยนทดแทนสินค้าด้วยผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้บริษัทยังได้วางแผนแสวงหาโอกาสใหม่ในตลาดเกิดใหม่อย่าง ศูนย์ข้อมูล AI ด้วยการพัฒนาระบบ HVAC เชิงพาณิชย์และเครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรมรวมถึงระบบสำหรับการผลิตไฟฟ้าตลอดจนขยายธุรกิจโซลูชันระบบทำความเย็นด้วยของเหลวอีกด้วย