เติมน้ำยาแอร์

คู่มือเติมน้ำยาแอร์ที่ควรรู้ แก้ปัญหาแอร์ไม่เย็นให้หายขาด

2026-01-03

ปัญหาแอร์ไม่เย็น เป็นเรื่องกวนใจที่เกิดขึ้นได้กับทุกครัวเรือน ซึ่งหนึ่งในแนวทางแก้ไขที่หลายคนนึกถึงก็คือการเติมน้ำยาแอร์ แต่แท้ที่จริงแล้ว การเติมน้ำยาแอร์มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนมากกว่าที่หลายคนคิด การทำความเข้าใจในกลไกการทำงานที่ถูกต้อง จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถวิเคราะห์ปัญหา และดูแลรักษาระบบปรับอากาศได้อย่างถูกวิธี

 

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเติมน้ำยาแอร์บ้าน ตั้งแต่ทฤษฎีพื้นฐาน ประเภทของสารทำความเย็น ไปจนถึงขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องปรับอากาศจะกลับมาสร้างความเย็นสบายได้อย่างที่ต้องการ และช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุด

 

น้ำยาแอร์ คืออะไร หัวใจสำคัญของการทำความเย็นที่ควรรู้

 

อันดับแรกมาทำความรู้จักกันก่อนว่าน้ำยาแอร์คืออะไร โดยน้ำยาแอร์คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถเปลี่ยนสถานะกลับไปมาระหว่างของเหลวและก๊าซได้ง่ายเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแรงดัน สารตัวนี้มีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางในการดูดซับ และระบายความร้อนออกไปภายนอกอาคารผ่านชุดคอยล์ร้อน

สารทำความเย็นจึงเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องปรับอากาศ

 

โดยในปัจจุบันสารทำความเย็นที่ใช้กับแอร์ แบ่งประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้

 

R22 : เป็นสารทำความเย็นรุ่นเก่าที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน มีความเสถียรสูง แต่มีข้อเสียคือมีค่า ODP (Ozone Depletion Potential) ที่มีส่วนทำลายชั้นโอโซน ทำให้ปัจจุบันถูกยกเลิกการผลิตและงดใช้งานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

R410A : ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน R22 เป็นสารผสม (Zeotropic Blend) ระหว่าง R32 และ R125 มีประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ดีกว่า และรองรับแรงดันได้สูงกว่า R22 อย่างไรก็ตาม สารชนิดนี้ยังมีค่า GWP (Global Warming Potential) หรือค่าที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนค่อนข้างสูง

R32 : เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการเครื่องปรับอากาศ มีคุณสมบัติเด่นคือประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนสูง ทำให้ประหยัดพลังงาน และมีค่า GWP ต่ำกว่า R410A ถึง 3 เท่า จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า การเติมน้ำยาแอร์ชนิด R32 จึงเป็นตัวเลือกที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน

 

เติมน้ำยาแอร์สำคัญอย่างไร ทำไมจึงมีผลต่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศ

 

 

การรักษาระดับของสารทำความเย็นให้เหมาะสมกับระบบที่ออกแบบไว้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ หากปล่อยให้สารทำความเย็นขาดหายไปเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทำความเย็น ทำให้จำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์ด้วยเหตุผลดังนี้

รักษาประสิทธิภาพการทำความเย็น เมื่อปริมาณสารทำความเย็นลดลง การดูดซับความร้อนที่คอยล์เย็นจะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ลมแอร์ที่เป่าออกมาไม่เย็นฉ่ำ ห้องลดอุณหภูมิช้า หรือทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิตามที่กำหนดไว้

ป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย คอมเพรสเซอร์ต้องอาศัยไอของสารทำความเย็นกลับมาช่วยระบายความร้อนให้กับขดลวดมอเตอร์ หากระบบรั่วจนน้ำยาเหลือน้อยมาก คอมเพรสเซอร์จะเกิดความร้อนสะสมสูง และอาจนำไปสู่การไหม้หรือเสียหายได้

ป้องกันน้ำแข็งเกาะ หากแรงดันในระบบต่ำเกินไป จุดเดือดของสารทำความเย็นจะลดต่ำลงจนทำให้แผงคอยล์เย็นมีอุณหภูมิติดลบ ทำให้ไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง และเกาะที่แผงรังผึ้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำแอร์หยดได้

ป้องกันปัญหากลิ่นอับ การที่ระบบทำความเย็นทำงานได้ไม่เต็มที่ มักส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมจนอาจทำให้แอร์มีกลิ่นอับจากเชื้อรา และแบคทีเรียที่สะสมอยู่ภายในตัวเครื่องได้ง่าย

 

ควรเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหน ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด

 

มีความจริงที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดมานาน ว่าเครื่องปรับอากาศจะต้องคอยเติมน้ำยาแอร์เป็นประจำทุกครั้งที่มีการล้างแอร์ เปรียบเสมือนกับรถยนต์ที่ต้องหมั่นเติมน้ำมันเครื่องอยู่เสมอ แต่หากอ้างอิงตามข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้องแล้ว "ระบบน้ำยาแอร์เป็นระบบปิด" ซึ่งหากการติดตั้งสมบูรณ์ และท่อทองแดงไม่มีจุดรั่วซึม สารทำความเย็นจะหมุนเวียนอยู่ในระบบได้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่มีวันหมด และไม่จำเป็นต้องเติมเพิ่มเลย

 

แต่ก็ยังมีเหตุผลบางประการที่ทำให้ระบบปิดมีช่องโหว่ จนทำให้ระดับน้ำยาแอร์ลดลง ด้วยเหตุนี้ การเติมน้ำยาแอร์จึงเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้

 

เมื่อมีการติดตั้งแอร์ใหม่ และระยะการเดินท่อน้ำยายาวเกินกว่ามาตรฐานที่โรงงานกำหนด ซึ่งต้องเติมเพิ่มตามระยะท่อส่วนเกิน

เมื่อมีการซ่อมแซมระบบ เช่น เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ เปลี่ยนแผงคอยล์ หรือตัดต่อท่อ

เมื่อเกิดการรั่วซึม ตามจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ

 

การเช็กน้ำยาแอร์โดยดูจากเกจวัดแรงดันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องดูค่ากระแสไฟ และความเย็นประกอบด้วย หากไม่มีรอยรั่ว การเติมน้ำยาเพิ่มมากเกินไปอาจทำให้คอมเพรสเซอร์กินไฟสูงและพังเร็วขึ้น ดังนั้น ก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายค่าเติมน้ำยาแอร์บ้านราคาเท่าไหร่ก็ตาม ควรสอบถามถึงสาเหตุ และตรวจหาจุดรั่วที่ชัดเจนก่อนทุกครั้ง

 

ข้อดีของการเติมน้ำยาแอร์ ประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความเย็น

 

 

 

การเติมน้ำยาแอร์อย่างเหมาะสม จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องของระบบท่อ และการทำแรงดันของระบบปรับอากาศ ประโยชน์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับมีหลายประการ ดังนี้

 

ประหยัดค่าไฟฟ้า การเติมน้ำยาแอร์ในระดับที่เพียงพอ จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำความเย็นได้เร็วขึ้น ทำให้คอมเพรสเซอร์สามารถตัดการทำงาน หรือลดรอบการทำงานได้ดีกว่า ซึ่งมีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

การทำงานเงียบสนิท ปัญหาแอร์เสียงดังเป็นปัญหากวนใจใครหลายคน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการมีปริมาณสารทำความเย็นไม่เพียงพอ การเติมสารทำความเย็นเข้าไปจะช่วยลดการสั่นสะเทือนของท่อ และลดเสียงฉีดของน้ำยาได้

ยืดอายุการใช้งาน หากระดับของน้ำยาแอร์สมดุล อุปกรณ์ทุกชิ้นในระบบทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศจะทำงานภายใต้สภาวะแรงดันที่ออกแบบมา หรือไม่ทำให้เครื่องมีภาระการทำงานที่โหลดหนักมากเกินไป

 

ใช้งานในทุกฟังก์ชันได้เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโหมดแอร์ แบบ Dry เพื่อลดความชื้น หรือโหมด Cool เพื่อให้อุณหภูมิเย็นฉ่ำ หากมีระดับน้ำยาแอร์เหมาะสม ระบบจะตอบสนองในทุกโหมดได้ดี และรองรับพฤติกรรมการใช้งานได้อย่างหลากหลาย รวมถึงในกรณีที่มีการเปิดปิดแอร์บ่อย ๆ ระบบที่สมบูรณ์ก็จะทำความเย็นได้เร็วกว่าระบบที่น้ำยาขาด

 

ขั้นตอนการเติมน้ำยาแอร์อย่างถูกวิธี

 

การเติมน้ำยาแอร์เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น เกจวัดแรงดัน เครื่องแวคคั่ม หรือเครื่องชั่งดิจิทัล โดยวิธีเติมน้ำยาแอร์บ้านที่ถูกต้องมีดังนี้

 

เลือกชนิดของน้ำยาแอร์

 

ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือการตรวจสอบฉลากข้อมูลจำเพาะ (Nameplate) เพื่อดูชนิดของสารทำความเย็นที่เครื่องปรับอากาศรุ่นนั้นใช้ โดยห้ามนำสารต่างชนิดมาเติมปนกันโดยเด็ดขาด เพราะน้ำยาคอมเพรสเซอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน การเติมน้ำยาแอร์บ้านผิดประเภท อาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้

 

เช็กระบบท่อน้ำยาแอร์

 

ก่อนที่จะเริ่มเติมน้ำยาแอร์จะต้องเช็กระบบท่อน้ำยาแอร์ก่อนเสมอ หากเป็นการเติมเพราะน้ำยาขาดหายไป ต้องสันนิษฐานว่ามีการรั่วซึมที่จุดใดจุดหนึ่ง โดยใช้ฟองสบู่หรือเครื่องตรวจจับรอยรั่วเพื่อหาจุดรั่วให้พบ และแก้ไขจุดที่รั่วซึมก่อน เพราะการเติมน้ำยาโดยไม่แก้ไขรอยรั่ว ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์

 

ดูดอากาศและความชื้น

 

เมื่อระบบท่อปิดสนิทแล้ว ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้คือการดูดอากาศและความชื้นออกจากระบบให้หมด และทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อเช็กว่าไม่มีอากาศหรือความชื้นหลงเหลืออยู่ เพราะหากมีความชื้นในระบบ ความชื้นจะทำปฏิกิริยากับน้ำยาแอร์ ทำให้เกิดปัญหาการกัดกร่อนที่ขดลวดของมอเตอร์ได้

 

ทำการเติมน้ำยาแอร์

 

คำถามที่พบบ่อยอีกคำถามคือ ควรเติมน้ำยาแอร์เท่าไหร่ สำหรับวิธีเติมน้ำยาแอร์บ้าน R32 หรือ R410A ควรชั่งน้ำหนักน้ำยาแอร์ตามปริมาณที่กำหนด ก่อนที่จะปล่อยน้ำยาเข้าสู่ระบบ เพราะการเติมน้ำยาตามปริมาณที่เหมาะสมอ้างอิงจากขนาด BTU แอร์ จะทำให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มที่มากที่สุด

 

ลองเปิดปิดแอร์ เพื่อทดสอบ

 

เมื่อเติมน้ำยาแอร์ได้ตามขั้นตอนที่กำหนดแล้ว ให้ลองเปิดแอร์อย่างน้อย 20 นาที เพื่อทดสอบอุณหภูมิ ความแรงลม หรือการเชื่อมต่อกับฟังก์ชันเสริม ไม่ว่าจะเป็นแอร์ทั่วไปหรือ แอร์ Wi-Fi เพื่อให้มั่นใจว่าทุกระบบสามารถทำงานประสานกันได้อย่างสมบูรณ์

 

เติมน้ำยาแอร์อย่างถูกวิธี ช่วยถนอมเครื่องปรับอากาศให้ใช้งานได้นานกว่า

 

การเติมน้ำยาแอร์ ถือเป็นงานบำรุงรักษาที่เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญ หากมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าระบบน้ำยาแอร์เป็นระบบปิด และควรเติมเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ก็จะช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศได้ โดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องปรับอากาศที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน และมีเทคโนโลยีการทำความเย็นที่เหนือกว่า เครื่องปรับอากาศ LG มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Inverter Compressor ช่วยให้ทำความเย็นได้เร็ว เงียบ และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ แผงคอยล์ร้อนก็ยังมีการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน จึงช่วยลดปัญหารอยรั่ว ที่อาจนำไปสู่การต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อยครั้งได้ จึงช่วยให้คุณเย็นสบายได้ในทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ดูสินค้าเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.lg.com พิเศษ! ซื้อสินค้ากับ LG พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกหลายต่อ

 

● รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)

● ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

● LG บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care Plus+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ

สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ

 

ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757

ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.

Line : @lgthailand

อีเมล : supportlgeth@lge.com