We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
ปัญหาแอร์ไม่เย็น เป็นเรื่องกวนใจที่เกิดขึ้นได้กับทุกครัวเรือน ซึ่งหนึ่งในแนวทางแก้ไขที่หลายคนนึกถึงก็คือการเติมน้ำยาแอร์ แต่แท้ที่จริงแล้ว การเติมน้ำยาแอร์มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนมากกว่าที่หลายคนคิด การทำความเข้าใจในกลไกการทำงานที่ถูกต้อง จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถวิเคราะห์ปัญหา และดูแลรักษาระบบปรับอากาศได้อย่างถูกวิธี
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเติมน้ำยาแอร์บ้าน ตั้งแต่ทฤษฎีพื้นฐาน ประเภทของสารทำความเย็น ไปจนถึงขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องปรับอากาศจะกลับมาสร้างความเย็นสบายได้อย่างที่ต้องการ และช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุด
น้ำยาแอร์ คืออะไร หัวใจสำคัญของการทำความเย็นที่ควรรู้
อันดับแรกมาทำความรู้จักกันก่อนว่าน้ำยาแอร์คืออะไร โดยน้ำยาแอร์คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถเปลี่ยนสถานะกลับไปมาระหว่างของเหลวและก๊าซได้ง่ายเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแรงดัน สารตัวนี้มีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางในการดูดซับ และระบายความร้อนออกไปภายนอกอาคารผ่านชุดคอยล์ร้อน
สารทำความเย็นจึงเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องปรับอากาศ
โดยในปัจจุบันสารทำความเย็นที่ใช้กับแอร์ แบ่งประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้
● R22 : เป็นสารทำความเย็นรุ่นเก่าที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน มีความเสถียรสูง แต่มีข้อเสียคือมีค่า ODP (Ozone Depletion Potential) ที่มีส่วนทำลายชั้นโอโซน ทำให้ปัจจุบันถูกยกเลิกการผลิตและงดใช้งานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
● R410A : ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน R22 เป็นสารผสม (Zeotropic Blend) ระหว่าง R32 และ R125 มีประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ดีกว่า และรองรับแรงดันได้สูงกว่า R22 อย่างไรก็ตาม สารชนิดนี้ยังมีค่า GWP (Global Warming Potential) หรือค่าที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนค่อนข้างสูง
● R32 : เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการเครื่องปรับอากาศ มีคุณสมบัติเด่นคือประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนสูง ทำให้ประหยัดพลังงาน และมีค่า GWP ต่ำกว่า R410A ถึง 3 เท่า จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า การเติมน้ำยาแอร์ชนิด R32 จึงเป็นตัวเลือกที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน
เติมน้ำยาแอร์สำคัญอย่างไร ทำไมจึงมีผลต่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศ

การรักษาระดับของสารทำความเย็นให้เหมาะสมกับระบบที่ออกแบบไว้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ หากปล่อยให้สารทำความเย็นขาดหายไปเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทำความเย็น ทำให้จำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์ด้วยเหตุผลดังนี้
● รักษาประสิทธิภาพการทำความเย็น เมื่อปริมาณสารทำความเย็นลดลง การดูดซับความร้อนที่คอยล์เย็นจะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ลมแอร์ที่เป่าออกมาไม่เย็นฉ่ำ ห้องลดอุณหภูมิช้า หรือทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิตามที่กำหนดไว้
● ป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย คอมเพรสเซอร์ต้องอาศัยไอของสารทำความเย็นกลับมาช่วยระบายความร้อนให้กับขดลวดมอเตอร์ หากระบบรั่วจนน้ำยาเหลือน้อยมาก คอมเพรสเซอร์จะเกิดความร้อนสะสมสูง และอาจนำไปสู่การไหม้หรือเสียหายได้
● ป้องกันน้ำแข็งเกาะ หากแรงดันในระบบต่ำเกินไป จุดเดือดของสารทำความเย็นจะลดต่ำลงจนทำให้แผงคอยล์เย็นมีอุณหภูมิติดลบ ทำให้ไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง และเกาะที่แผงรังผึ้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำแอร์หยดได้
● ป้องกันปัญหากลิ่นอับ การที่ระบบทำความเย็นทำงานได้ไม่เต็มที่ มักส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมจนอาจทำให้แอร์มีกลิ่นอับจากเชื้อรา และแบคทีเรียที่สะสมอยู่ภายในตัวเครื่องได้ง่าย
ควรเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหน ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
มีความจริงที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดมานาน ว่าเครื่องปรับอากาศจะต้องคอยเติมน้ำยาแอร์เป็นประจำทุกครั้งที่มีการล้างแอร์ เปรียบเสมือนกับรถยนต์ที่ต้องหมั่นเติมน้ำมันเครื่องอยู่เสมอ แต่หากอ้างอิงตามข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้องแล้ว "ระบบน้ำยาแอร์เป็นระบบปิด" ซึ่งหากการติดตั้งสมบูรณ์ และท่อทองแดงไม่มีจุดรั่วซึม สารทำความเย็นจะหมุนเวียนอยู่ในระบบได้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่มีวันหมด และไม่จำเป็นต้องเติมเพิ่มเลย
แต่ก็ยังมีเหตุผลบางประการที่ทำให้ระบบปิดมีช่องโหว่ จนทำให้ระดับน้ำยาแอร์ลดลง ด้วยเหตุนี้ การเติมน้ำยาแอร์จึงเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้
● เมื่อมีการติดตั้งแอร์ใหม่ และระยะการเดินท่อน้ำยายาวเกินกว่ามาตรฐานที่โรงงานกำหนด ซึ่งต้องเติมเพิ่มตามระยะท่อส่วนเกิน
● เมื่อมีการซ่อมแซมระบบ เช่น เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ เปลี่ยนแผงคอยล์ หรือตัดต่อท่อ
● เมื่อเกิดการรั่วซึม ตามจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ
การเช็กน้ำยาแอร์โดยดูจากเกจวัดแรงดันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องดูค่ากระแสไฟ และความเย็นประกอบด้วย หากไม่มีรอยรั่ว การเติมน้ำยาเพิ่มมากเกินไปอาจทำให้คอมเพรสเซอร์กินไฟสูงและพังเร็วขึ้น ดังนั้น ก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายค่าเติมน้ำยาแอร์บ้านราคาเท่าไหร่ก็ตาม ควรสอบถามถึงสาเหตุ และตรวจหาจุดรั่วที่ชัดเจนก่อนทุกครั้ง
ข้อดีของการเติมน้ำยาแอร์ ประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความเย็น

การเติมน้ำยาแอร์อย่างเหมาะสม จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องของระบบท่อ และการทำแรงดันของระบบปรับอากาศ ประโยชน์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับมีหลายประการ ดังนี้
● ประหยัดค่าไฟฟ้า การเติมน้ำยาแอร์ในระดับที่เพียงพอ จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำความเย็นได้เร็วขึ้น ทำให้คอมเพรสเซอร์สามารถตัดการทำงาน หรือลดรอบการทำงานได้ดีกว่า ซึ่งมีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน
● การทำงานเงียบสนิท ปัญหาแอร์เสียงดังเป็นปัญหากวนใจใครหลายคน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการมีปริมาณสารทำความเย็นไม่เพียงพอ การเติมสารทำความเย็นเข้าไปจะช่วยลดการสั่นสะเทือนของท่อ และลดเสียงฉีดของน้ำยาได้
● ยืดอายุการใช้งาน หากระดับของน้ำยาแอร์สมดุล อุปกรณ์ทุกชิ้นในระบบทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศจะทำงานภายใต้สภาวะแรงดันที่ออกแบบมา หรือไม่ทำให้เครื่องมีภาระการทำงานที่โหลดหนักมากเกินไป
● ใช้งานในทุกฟังก์ชันได้เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโหมดแอร์ แบบ Dry เพื่อลดความชื้น หรือโหมด Cool เพื่อให้อุณหภูมิเย็นฉ่ำ หากมีระดับน้ำยาแอร์เหมาะสม ระบบจะตอบสนองในทุกโหมดได้ดี และรองรับพฤติกรรมการใช้งานได้อย่างหลากหลาย รวมถึงในกรณีที่มีการเปิดปิดแอร์บ่อย ๆ ระบบที่สมบูรณ์ก็จะทำความเย็นได้เร็วกว่าระบบที่น้ำยาขาด
ขั้นตอนการเติมน้ำยาแอร์อย่างถูกวิธี
การเติมน้ำยาแอร์เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น เกจวัดแรงดัน เครื่องแวคคั่ม หรือเครื่องชั่งดิจิทัล โดยวิธีเติมน้ำยาแอร์บ้านที่ถูกต้องมีดังนี้
เลือกชนิดของน้ำยาแอร์
ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือการตรวจสอบฉลากข้อมูลจำเพาะ (Nameplate) เพื่อดูชนิดของสารทำความเย็นที่เครื่องปรับอากาศรุ่นนั้นใช้ โดยห้ามนำสารต่างชนิดมาเติมปนกันโดยเด็ดขาด เพราะน้ำยาคอมเพรสเซอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน การเติมน้ำยาแอร์บ้านผิดประเภท อาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้
เช็กระบบท่อน้ำยาแอร์
ก่อนที่จะเริ่มเติมน้ำยาแอร์จะต้องเช็กระบบท่อน้ำยาแอร์ก่อนเสมอ หากเป็นการเติมเพราะน้ำยาขาดหายไป ต้องสันนิษฐานว่ามีการรั่วซึมที่จุดใดจุดหนึ่ง โดยใช้ฟองสบู่หรือเครื่องตรวจจับรอยรั่วเพื่อหาจุดรั่วให้พบ และแก้ไขจุดที่รั่วซึมก่อน เพราะการเติมน้ำยาโดยไม่แก้ไขรอยรั่ว ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
ดูดอากาศและความชื้น
เมื่อระบบท่อปิดสนิทแล้ว ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้คือการดูดอากาศและความชื้นออกจากระบบให้หมด และทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อเช็กว่าไม่มีอากาศหรือความชื้นหลงเหลืออยู่ เพราะหากมีความชื้นในระบบ ความชื้นจะทำปฏิกิริยากับน้ำยาแอร์ ทำให้เกิดปัญหาการกัดกร่อนที่ขดลวดของมอเตอร์ได้
ทำการเติมน้ำยาแอร์
คำถามที่พบบ่อยอีกคำถามคือ ควรเติมน้ำยาแอร์เท่าไหร่ สำหรับวิธีเติมน้ำยาแอร์บ้าน R32 หรือ R410A ควรชั่งน้ำหนักน้ำยาแอร์ตามปริมาณที่กำหนด ก่อนที่จะปล่อยน้ำยาเข้าสู่ระบบ เพราะการเติมน้ำยาตามปริมาณที่เหมาะสมอ้างอิงจากขนาด BTU แอร์ จะทำให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มที่มากที่สุด
ลองเปิดปิดแอร์ เพื่อทดสอบ
เมื่อเติมน้ำยาแอร์ได้ตามขั้นตอนที่กำหนดแล้ว ให้ลองเปิดแอร์อย่างน้อย 20 นาที เพื่อทดสอบอุณหภูมิ ความแรงลม หรือการเชื่อมต่อกับฟังก์ชันเสริม ไม่ว่าจะเป็นแอร์ทั่วไปหรือ แอร์ Wi-Fi เพื่อให้มั่นใจว่าทุกระบบสามารถทำงานประสานกันได้อย่างสมบูรณ์
เติมน้ำยาแอร์อย่างถูกวิธี ช่วยถนอมเครื่องปรับอากาศให้ใช้งานได้นานกว่า
การเติมน้ำยาแอร์ ถือเป็นงานบำรุงรักษาที่เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญ หากมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าระบบน้ำยาแอร์เป็นระบบปิด และควรเติมเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ก็จะช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศได้ โดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องปรับอากาศที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน และมีเทคโนโลยีการทำความเย็นที่เหนือกว่า เครื่องปรับอากาศ LG มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Inverter Compressor ช่วยให้ทำความเย็นได้เร็ว เงียบ และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ แผงคอยล์ร้อนก็ยังมีการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน จึงช่วยลดปัญหารอยรั่ว ที่อาจนำไปสู่การต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อยครั้งได้ จึงช่วยให้คุณเย็นสบายได้ในทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ดูสินค้าเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.lg.com พิเศษ! ซื้อสินค้ากับ LG พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกหลายต่อ
● รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)
● ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)
● LG บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care Plus+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
