We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
อุณหภูมิในตู้เย็นควรปรับอย่างไรให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพและประหยัดไฟ
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน เพราะช่วยถนอมอาหารสดต่าง ๆ เก็บไอศกรีม และช่วยเพิ่มความสดชื่นผ่านการทำน้ำแข็ง และทำให้เครื่องดื่มเย็น แม้ตู้เย็นจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเห็นกันมานาน แต่เราแทบไม่ได้ปรับอุณหภูมิในตู้เย็นเลย การปรับความเย็นตู้เย็นมีผลต่อการเก็บรักษาของสด และช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย บทความนี้จะเล่าถึงวิธีปรับตู้เย็น และวิธีการอื่น ๆ เพื่อประสิทธิภาพในการประหยัดค่าไฟของตู้เย็น
วิธีปรับอุณหภูมิตู้เย็น
การปรับอุณหภูมิตู้เย็นในบทความนี้จะอ้างอิงจาก FDA (United States Food and Drug Administration) หรือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ
อุณหภูมิช่องแช่แข็ง
การตั้งอุณหภูมิช่องแช่แข็งที่เหมาะสมที่สุด ควรมีอุณหภูมิใกล้เคียง -17.78 องศาเซลเซียส (0 องศาฟาเรนไฮต์) เนื่องจากอุณหภูมิดังกล่าวจะช่วยแช่แข็งอาหารและลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและจุลชีพต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินอาหารได้
นอกจากนี้การรักษาอุณหภูมิช่องแช่แข็งตู้เย็นไว้ที่ -17.78 องศาเซลเซียสอย่างสม่ำเสมอ (หรือต่ำกว่า) ก็ยิ่งช่วยรักษาสภาพการเป็นน้ำแข็งของอาหาร ทำให้เก็บรักษาอาหารไว้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
การตรวจสอบอุณหภูมิช่องแช่แข็งแบบแม่นยำอาจทำได้โดยการนำเทอร์โมมิเตอร์ใส่ไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อให้มั่นใจว่าอุณหภูมิช่องแช่แข็งอยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา
อุณหภูมิตู้เย็นช่องธรรมดา
สำหรับช่องแช่เย็นธรรมดา ควรมีอุณหภูมิระหว่าง 3°C - 5°C ที่ช่วงอุณหภูมินี้ตู้เย็นจะใช้พลังงานน้อยที่สุดและเป็นช่วงอุณหภูมิที่รักษาความสดและความปลอดภัยให้กับอาหารได้ยาวนาน
ควรตรวจสอบและรักษาอุณหภูมิตู้เย็นให้ไม่สูงเกินนี้ เพราะจะทำให้แบคทีเรียและจุลชีพต่าง ๆ เจริญเติบโตได้ โดยปกติแล้วแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ดีที่ช่วงอุณหภูมิ 5°C - 60°C และเจริญเติบโตได้รวดเร็วที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ 37°C
วิธีการจัดเก็บของในตู้เย็น

นอกจากการวิธีการปรับอุณหภูมิตู้เย็นจะมีผลต่อความสดของอาหารแล้ว การจัดเก็บอาหารแต่ละประเภทบนชั้นวางในตู้เย็นก็มีผลเช่นกัน
ชั้นว่างด้านล่างสุด
โดยปกติการเก็บเนื้อสัตว์ในตู้เย็นควรใช้ชั้นวางด้านล่างสุดของตู้เย็น เนื่องจากอากาศที่เย็นจะหดตัวและลอยต่ำเสมอ นอกจากนี้การเก็บเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไว้ที่ชั้นล่างสุดจะเป็นการลดการปนเปื้อนของแบคทีเรีย เนื่องจากน้ำในเนื้อสัตว์อาจจะหยดออกเมื่อแช่ไปได้ระยะหนึ่ง หากวางไว้ที่ชั้นบนก็อาจทำให้น้ำเนื้อสัตว์ปน
เปื้อนชั้นวางอื่น ๆ ที่อยู่ต่ำกว่า
แต่หากตู้เย็นมีช่องหรือลิ้นชักสำหรับเก็บเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ ก็ควรเก็บไว้ในช่องดังกล่าว เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อรักษาอุณหภูมิให้กับเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ เช่น ช่อง Fresh 0 Zone ในตู้เย็น LG 2 ประตู และช่อง FreshConverter+™ ในตู้เย็น Multi-door ซึ่งพร้อมควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำและคงที่
ชั้นวางตรงกลาง
ชั้นวางตรงกลางของตู้เย็นจะมีอุณหภูมิที่สม่ำเสมอและเย็นเพียงพอ เหมาะกับการแช่ผลิตภัณฑ์จากนมต่าง ๆ เช่น นมพร้อมดื่ม ชีส โยเกิร์ต รวมถึงเนยด้วย
ชั้นวางด้านบนสุด
ชั้นวางด้านบนสุดของตู้เย็นเหมาะกับการจัดเก็บอาหารพร้อมทาน เช่น ขนมขบเคี้ยว กับข้าวที่ทานไม่หมด และเนื้อสัตว์แปรรูป อย่าง ไส้กรอก เนื้อ Cold Cut ที่ตำแหน่งนี้จะช่วยลดการปนเปื้อนจากของสดหรืออาหารอื่น ๆ ที่แช่ในตู้เย็นได้อีกด้วย
ชั้นวางบริเวณประตูตู้เย็น
เนื่องจากชั้นวางบริเวณประตูของตู้เย็นจะติดกับส่วนประตูซึ่งต้องสัมผัสกับอากาศภายนอกโดยตรง ส่งผลให้เป็นจุดที่มีอุณหภูมิสูงสุดในตู้ จึงเหมาะกับการแช่ของที่เน่าเสียยากเช่น ซอส เครื่องปรุง และเครื่องดื่มที่ไม่มีนมเป็นส่วนผสม เช่นน้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำผลไม้
ช่องลิ้นชัก
ตู้เย็นมักจะมีการออกแบบช่องลิ้นชักสำหรับใช้เป็นช่องเก็บผักและผลไม้มาให้ ช่องผักผลไม้ดังกล่าวจะมีการออกแบบให้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้พอเหมาะ และยังเหมาะกับควบคุมก๊าซเอทิลินที่เกิดจากผลไม้สุกไม่ให้กระจายไปยังพื้นที่อื่นในตู้เย็น เนื่องจากก๊าซดังกล่าวมีผลให้ผักผลไม้ชนิดอื่นสูญเสียผิวสัมผัส สีสัน รวมถึงความสมบูรณ์อีกด้วย การถนอมผลไม้สดหรือการถนอมผักสดให้อยู่ได้ยาวนานจึงควรเก็บไว้ในช่องนี้
ตู้เย็นของ LG มีการออกแบบช่อง LinearCooling สำหรับจัดเก็บผักผลไม้ เพราะช่วยลดความผันผวนของอุณหภูมิภายในช่องเก็บ ช่วยรักษาความสดของอาหารได้นานถึง 7 วัน
วิธีดูแลรักษาตู้เย็นให้ใช้งานได้นาน แถมเซฟค่าไฟ

สำหรับวิธีดูแลรักษาตู้เย็นพร้อมยืดอายุการใช้งาน และช่วยประหยัดค่าไฟ สามารถทำตามได้ดังนี้
ไม่แช่ของมากเกินไป
การแช่ของมากเกินความจำเป็น จะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักเกินไปจากการต้องคอยกระจายความเย็นให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอเพื่อรักษาคุณภาพของอาหารที่แช่ไว้ในตู้เย็น
ไม่ควรนำของร้อนเข้าตู้เย็นทันที
การแช่อาหารที่ยังร้อนอยู่ความร้อนจะส่งผลต่อวัสดุต่าง ๆ ภายในตู้เย็น ก็ยังมีผลให้มอเตอร์และคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้นด้วย รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้แบคทีเรียต่าง ๆ เจริญเติบโตในตู้เย็นได้ง่ายขึ้น
ไม่ปล่อยให้ช่องฟรีซมีน้ำแข็งหนาเกินไป
การปล่อยให้ช่องฟรีซมีน้ำแข็งเกาะตู้หนาเกินไป น้ำแข็งจะเป็นเหมือนฉนวนที่ทำให้ลมเย็นหมุนเวียนไม่ดี และทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น
ไม่ควรเปิดตู้เย็นบ่อย ๆ หรือเปิดค้างไว้
การเปิดตู้เย็นบ่อย ๆ จะทำให้อุณหภูมิผันผวนเนื่องจากอากาศร้อนจากภายนอกจะเข้าสู่ด้านในตู้ ตู้เย็นก็จะต้องเร่งการทำงานเพื่อดึงอุณหภูมิในตู้เย็นให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
หลีกเลี่ยงวางตู้เย็นใกล้ความร้อน
พื้นที่จัดวางตู้เย็นก็มีความสำคัญ นอกจากต้องวางในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ชิดติดผนังหรือโดนแสงแดดมาก เกินไป รวมถึงไม่ติดตั้งไว้ใกล้แหล่งความร้อน เช่น เตาอบ เตาแก๊ส หรือหม้อไฟฟ้าต่าง ๆ เพราะความร้อนจะส่งผลต่ออุณหภูมิภายในตู้ ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น
ประหยัดค่าไฟมากขึ้นเพียงเลือกตู้เย็น LG ที่ใช้ Smart Inverter Compressor
นอกจากการปรับอุณหภูมิในตู้เย็นให้เหมาะสม รวมถึงจัดระเบียบในตู้เย็นจะมีผลต่อการประหยัดไฟแล้ว การเลือกตู้เย็นที่มีเทคโนโลยีเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับด้านการใช้พลังงาน เช่นตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ ก็จะยิ่งช่วยประหยัดไฟยิ่งขึ้น ทำงานสม่ำเสมอแบบไร้เสียงรบกวน และให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตัดสินใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.LG.com และพิเศษสุด ๆ คุ้มยิ่งขึ้นกับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก LG Member ที่ยกขบวนทั้งส่วนลดและบริการสุดพิเศษมาให้คุณ เพียงแค่สมัครสมาชิก LG Member
รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)
Special Offer ผ่อน 0% สูงสุดถึง 18 เดือน *เฉพาะบัตรที่ร่วมรายการ
แอลจีบริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
* ตรวจสอบเงื่อนไขส่วนลดและสิทธิพิเศษ LG Member ได้ที่ https://www.lg.com/th/membership/
