We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอแนะนำ ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน 2025
ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์การติดตามข่าวสารและสื่อบันเทิงในรูปแบบคลิปวิดีโอกำลังเป็นที่นิยมบนโลกโซเชียลอย่างมาก แต่กว่าจะได้คลิปวิดีโอดี ๆ คลิปหนึ่งนั้นจะต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการแต่งภาพ เสียง และกราฟิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาเรียงลำดับการเล่าเรื่องให้น่าสนใจขึ้นด้วยโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ หากคุณเป็นคนที่สนใจด้านการตัดต่อวิดีโอ ในบทความนี้จะมาแนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ใช้งานง่าย ถูกใจมือใหม่และมืออาชีพแน่นอน
สารบัญบทความ
แนะนำ 5 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีใช้งานง่าย
สำหรับมือใหม่ที่อยากสร้างวิดีโอคอนเทนต์ต่าง ๆ แต่ยังไม่คุ้นชินกับการตัดต่อวิดีโอมากนัก ในที่นี้ก็จะมาแนะนำ 5 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ว่าใครได้ใช้ก็รู้สึกชอบ ไปดูกันได้เลย!
1. Lightworks

ที่มา : https://lwks.com/
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Lightworks เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ มีฟีเจอร์และเครื่องมือหลากหลาย สามารถตัดต่องาน Audio และ Video ได้แบบ Real-Time รองรับความละเอียดของวิดีโอตั้งแต่ระดับ SD, HD, Full HD, QHD ไปจนถึง 4K อีกทั้งยังสามารถอัปโหลดวิดีโอขึ้น Facebook, Youtube หรือ X ได้ทันที รองรับการใช้งานในระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS และ Linux
2. VSDC

ที่มา : https://www.videosoftdev.com/
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ VSDC เป็นโปรแกรมที่มีทั้งเวอร์ชันฟรีและแบบเสียเงิน แต่เวอร์ชันฟรีก็มีฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น การใส่เอฟเฟกต์, ฟิลเตอร์, แก้ไขสีวิดีโอ, Video Masking และยังสามารถแปลงไฟล์วิดีโอได้หลากหลายนามสกุล นอกจากนี้แล้วโปรแกรมตัดต่อคลิป VSDC ยังเป็นโปรแกรมที่กินพื้นที่ทรัพยากรน้อย เลยทำให้ใช้งานลื่นไหล ไม่ติดขัด รองรับการทำงานกับวิดีโอความละเอียดสูงถึงระดับ 4K
3. DaVinci Resolve

ที่มา : https://www.blackmagicdesign.com/products/davinciresolve
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ DaVinci Resolve เป็นโปรแกรมตัดต่อที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพที่ชื่นชอบการจัดองค์ประกอบสี เพราะโปรแกรมมีเครื่องมือ Color Grading ที่ทรงพลังต่าง ๆ ช่วยปรับเฉดสีอย่างแม่นยำระดับ 32-bit ทำให้สีคลิปวิดีโอสวยราวกับงานศิลปะ และมีฟีเจอร์อื่น ๆ สำหรับการตัดต่อครบครัน นอกเหนือจากนี้ยังรองรับระบบปฏิบัติการหลากหลาย ทั้ง Windows, macOS และ Linux
4. Adobe Premiere Rush

ที่มา : https://www.adobe.com/
Adobe Premiere Rush โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีจาก Adobe ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่ เพียงเลือกลำดับคลิปแล้วกด “Create” ระบบจะตัดต่อให้อัตโนมัติ สามารถปรับแต่งเสียง ใส่เพลง และอัปโหลดตรงไปยัง YouTube หรือ Facebook ได้ทันที รองรับการทำงานทั้งบน Desktop ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android แม้ไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูง แต่โดดเด่นเรื่องความรวดเร็วและใช้งานสะดวกสุด ๆ
5. CapCut

ที่มา : https://www.capcut.com/ja-jp/resource/capcut-desktop-download
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ CapCut เป็นโปรแกรมตัดต่อที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องมือใช้งานตัดต่อวิดีโอพื้นฐานอย่างครบครัน ทั้งการปรับเอฟเฟกต์, ปรับฟิลเตอร์, ใส่สติกเกอร์, ครอบตัดและตัดแต่ง และผสมผสานกับการทำงานร่วมกับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานตัดต่อ ให้ได้วิดีโอที่มีคุณภาพสวยงาม และที่สำคัญยังรองรับการใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอทั้งจากมือถือและคอมพิวเตอร์
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ 5 โปรแกรมข้างต้นสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้แบบฟรี ๆ แต่ละโปรแกรมก็มีฟีเจอร์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน แต่ถ้าต้องการยกระดับคุณภาพงานตัดต่อให้ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้จอคอมที่มีความคมชัดระดับ 4K ให้คลิปแสดงสีคมชัด สมจริง เพื่อปรับแต่งสีวิดีโอได้อย่างแม่นยำ ได้งานสีที่สวยตรงตามความต้องการ
5 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอเสียเงิน พร้อมฟังก์ชันใช้งานระดับมือโปร
หลังจากเช็ก 5 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบใช้งานฟรีแล้ว ลองมาดูโปรแกรมตัดต่อแบบเสียเงินที่มีฟังก์ชันการใช้งานให้ใช้อย่างจัดเต็มกันดีกว่าว่ามีโปรแกรมดี ๆ อะไรแนะนำบ้าง
1. Adobe Premiere Pro
Adobe Premiere Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ PC ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการภาพยนตร์ โทรทัศน์ เพราะโปรแกรมมาพร้อมกับเครื่องมือคุณภาพสูงให้เลือกใช้งานครบครัน ทั้งการใส่เอฟเฟกต์, กราฟิก, การปรับสีของวิดีโอ, การปรับปรุงคุณภาพเสียง รวมถึง AI ที่เข้ามาช่วยให้งานตัดต่อสมบูรณ์แบบได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังรองรับการใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ของ Adobe ได้อย่างไม่ติดขัด
2. Filmora
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Filmora ช่วยให้งานตัดต่อกลายเป็นเรื่องง่าย แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถเริ่มสร้างสรรค์ผลงานที่น่าพึงพอใจได้สบาย ๆ เพราะโปรแกรมนี้มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานหลากหลาย มีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ใช้งานง่าย และยังมี AI เป็นเครื่องมือช่วยปรับเสียง สี การเพิ่มภาพอัตโนมัติให้ได้วิดีโอที่คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วยังสามารถปรับขนาดของคลิปวิดีโอให้พอดีกับโซเชียลต่าง ๆ ได้อีกด้วย
3. Vegas Pro
โปรแกรมตัดต่อ Vegas Pro เป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพที่มีฟีเจอร์อันทรงพลังต่าง ๆ ให้ใช้งานหลากหลาย ทั้งการจัดเอฟเฟกต์, Color Grading, การปรับปรุงงานเสียง และเครื่องมืออื่น ๆ รวมถึงการนำ AI มาเป็นผู้ช่วยให้งานตัดต่อรวดเร็วและแม่นยำขึ้น รองรับการตัดต่อจากกล้องหลายตัวด้วยระดับความคมชัดสูงถึง 8K และ HDR10 ทั้งยังสามารถใช้กับระบบปฏิบัติการ Window 10 (64-bit) และ Windows 11 ได้อย่างลื่นไหล
4. PowerDirector 365
PowerDirector 365 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับโปรที่มาพร้อมเครื่องมือ AI ขั้นสูง ช่วยให้คุณสร้างวิดีโอคุณภาพสูงตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยฟีเจอร์หลากหลายที่ช่วยเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ อาทิ AI Background Remover, AI Talking Avatar, การสร้างภาพจากข้อความ และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทั้งนักตัดต่อมือใหม่และมืออาชีพ
5. Pinnacle Studio 26 Ultimate
Pinnacle Studio 26 Ultimate โปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการผลิตวิดีโอของคุณด้วยเครื่องมือและฟีเจอร์ระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นการปรับสีวิดีโอ การทำ Video Masking หรือการสร้างเอฟเฟกต์คุณภาพสูง ที่ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มความสร้างสรรค์และความสมจริงให้กับทุกโปรเจกต์ตามต้องการ
จอมอนิเตอร์ LG ที่สุดของจอแสดงผล ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
การตัดต่อวิดีโอจำเป็นต้องใช้โปรแกรมตัดต่อคลิปที่มีประสิทธิภาพควบคู่กับอุปกรณ์ที่มีสเปกสูง เพื่อรองรับงานกราฟิกหรือวิดีโอที่มักจะมีขนาดไฟล์ใหญ่และความละเอียดสูงได้อย่างไหลลื่น ในที่นี้เราจะมาแนะนำจอมอนิเตอร์ 3 รุ่นที่สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมตัดต่อแบบสบาย ๆ ดังนี้
1. จอมอนิเตอร์ LG UltraWide 29” จอ IPS 21:9 WFHD (2560x1080)

จอมอนิเตอร์ LG UltraWide 29” จอ IPS 21:9 WFHD (2560x1080) พร้อมหน้าจอไร้ขอบ มอบประสบการณ์การมองเห็นที่กว้างยิ่งกว่าเดิม จะเปิดหน้าจอหลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกันก็สามารถจบได้ในหน้าเดียว โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในด้านการตัดต่อวิดีโอ LG UltraWide 29” จอ IPS 21:9 WFHD รองรับ HDR10 ที่สามารถแสดงรายละเอียดของสีได้แม่นยำสมจริง โดยอิงตามขอบเขตสี sRGB 99% จึงช่วยให้การแสดงผลสีบนหน้าจอนั้นมีความละเอียดสูงสุด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าเนื้อหาทุกชิ้นที่คุณสร้างสรรค์จะถูกนำเสนอออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
2. จอมอนิเตอร์ IPS QHD ขนาด 31.5 นิ้ว

จอมอนิเตอร์ IPS QHD ขนาด 31.5 นิ้ว มอบสีสันที่สว่างสดใสและมุมมองที่กว้าง เหมาะสำหรับผู้ใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ด้วยเทคโนโลยีจอ IPS และการครอบคลุมสเปกตรัม sRGB 99% ที่ช่วยให้การแสดงสีแม่นยำ พร้อมอัตราการรีเฟรช 100Hz ทำให้การโหลดเฟรมราบรื่นไม่มีสะดุด นอกจากนี้ยังเป็นจอเกมมิ่งที่รองรับ Dynamic Action Sync ซึ่งช่วยลดความล่าช้าของอินพุต ทำให้ผู้เล่นสามารถจับช่วงเวลาสำคัญได้แบบเรียลไทม์และตอบสนองได้ทันที จึงเหมาะทั้งการทำงานที่ต้องการความแม่นยำในการแสดงผลสี และการเล่นเกมที่ราบรื่นไม่มีดีเลย์
3. จอมอนิเตอร์ LG UltraGear™ 34" OLED 240Hz WQHD Curved Smart webOS 0.03ms 240Hz

LG UltraGear™ OLED จอมอนิเตอร์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การเล่นเกม และการรับชมวิดีโอ ด้วยการแสดงผลที่คมชัดและสมจริงที่สุด ระบบ AI จะช่วยปรับปรุงทั้งภาพและเสียงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จอแสดงผล WQHD ขนาด 34 นิ้ว มอบมุมมองที่กว้างขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับจอ 16:9 มาตรฐาน ทำให้คุณเพลิดเพลินกับภาพที่สดใสและคมชัดทั่วทั้งหน้าจอ OLED WQHD นี้ยังให้เงาที่เข้ม แสงที่สว่างกว่า และสีสันที่สดใส เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม แม้แต่ที่มีแสงจ้า
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ทำงานตัดต่อแบบมืออาชีพด้วยจอมอนิเตอร์ LG
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่แนะนำ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมฟรีหรือโปรแกรมเสียเงิน ต่างเป็นโปรแกรมที่มีฟังก์ชันและเครื่องมือพร้อมให้เลือกใช้งานหลากหลายและครบครัน ทั้งการปรับแต่งภาพ สี เสียง กราฟิก เอฟเฟกต์ในคลิปวิดีโอได้อย่างลงตัว แต่ถ้าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตัดต่อให้ดียิ่งขึ้น จอมอนิเตอร์ LG ตัวจริงเรื่องงานกราฟิกและการตัดต่อวิดีโอต่าง ๆ แบบมืออาชีพ ให้คุณมองเห็นรายละเอียดที่คมชัด สมจริง สามารถทำงานตัดต่อคลิปได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อสร้างสรรค์คลิปวิดีโอหรือคลิปคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ www.LG.com พิเศษ! เมื่อสมัครสมาชิก LG Member รับส่วนลดและบริการพิเศษสุดคุ้มอีกหลายต่อ
รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)
ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)
บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
