We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
อาการสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะรู้สึกเหมือนขาดอากาศ หรืออาการหายใจไม่ออกตอนนอน ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่ควรปล่อยผ่าน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงการนอนผิดท่าหรือความเครียดชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง นี่คือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ หรือการทำงานของหัวใจ หากปล่อยไว้เรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ตั้งแต่ความอ่อนเพลียสะสม ไปจนถึงความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจล้มเหลว
การทำความเข้าใจสาเหตุการหายใจไม่ออกตอนนอนจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อการรักษาที่ตรงจุด และกลับมานอนหลับสนิทได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
หายใจไม่ออกตอนนอน คืออะไร? สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ
อาการหายใจไม่ออกตอนนอน คือ ภาวะที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอขณะหลับ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอก หรือต้องพยายามใช้แรงหายใจมากกว่าปกติ จนบางครั้งทำให้ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาหอบเหนื่อยกลางดึก
การหายใจไม่ออกตอนนอนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต เพราะนอกจากจะทำให้การพักผ่อนหยุดชะงักแล้ว ยังส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง บีบให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากเริ่มรู้สึกว่าการนอนหลับกลายเป็นเรื่องน่ากังวล นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังเรียกร้องความช่วยเหลือ
หายใจไม่ออกตอนนอน เกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง

สาเหตุของการหายใจไม่ออกตอนนอนหลับไม่ได้เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บเพียงอย่างเดียว แต่การหายใจไม่ออกตอนนอนเกิดจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในห้องนอน
มีฝุ่นสะสมในห้องนอนเยอะ : ไรฝุ่นบนที่นอน ผ้าม่าน หรือพรม เป็นสาเหตุของการหายใจไม่ออกตอนนอน เพราะภูมิแพ้ตัวฉกาจทำให้จมูกบวมและทางเดินหายใจอักเสบ
อากาศในห้องนอนแห้งเกินไป : การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่ำเกินไปทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและระคายเคือง จนรู้สึกหายใจติดขัด
การถ่ายเทอากาศไม่ดี : ห้องเหม็นอับ หรือห้องที่ปิดทึบเกินไปอาจมีการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้รู้สึกอึดอัดขณะหลับ
กลิ่นไม่พึงประสงค์ : กลิ่นจากน้ำหอมปรับอากาศ หรือน้ำยาทำความสะอาดบางชนิด อาจกระตุ้นอาการหลอดลมหดตัวในผู้ที่มีความเสี่ยง
การสะสมของเชื้อราในห้องนอน : เชื้อราในห้องนอน หรือในเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาด สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการระคายเคือง หลอดลมตีบแคบ และส่งผลให้หายใจลำบากมากขึ้นในขณะหลับ
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในห้องนอน
ปัจจัยด้านพฤติกรรม
ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยากล่อมประสาทก่อนนอน : สารเหล่านี้มีฤทธิ์กดประสาท และทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจผ่อนคลายเกินไปจนเกิดการอุดกั้น
สูบบุหรี่ : สารพิษในบุหรี่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในทางเดินหายใจ ทำให้หลอดลมตีบแคบ
ท่านอนที่ไม่เหมาะสม : การนอนหงายมักทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่อในลำคอตกลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าการนอนตะแคง
การรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนนอน : นำไปสู่โรคกรดไหลย้อน ซึ่งกรดอาจไหลขึ้นมาเคืองคอ จนทำให้รู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก
ปัจจัยด้านสุขภาพและโรคประจำตัว
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) : ขณะนอนหลับกล้ามเนื้อลำคอและลิ้นอาจหย่อนตัวลง ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบจนหายใจลำบาก หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ
โรคหัวใจอ่อนแรง : ภาวะหัวใจล้มเหลวอาจทำให้มีน้ำคั่งในปอดเมื่อนอนราบ ส่งผลให้นอนแล้วหายใจไม่สะดวก ต้องนั่งพัก
- โรคหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง : อาการมักกำเริบในช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นลง และความเข้มข้นของฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไป
โรคอ้วน : ไขมันส่วนเกินบริเวณรอบคอและหน้าอกจะกดทับทางเดินหายใจและปอด ทำให้การขยายตัวของทรวงอกขณะหายใจทำได้ยากขึ้น
หายใจไม่ออกตอนนอน อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนภัย?
ร่างกายจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาในรูปแบบของอาการต่าง ๆ ขณะที่เราหลับ การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อย อาจช่วยให้คุณป้องกันโรคร้ายที่มาจากการหายใจไม่ออกตอนนอนได้ทันท่วงที
หายใจติดขัดไม่สะดวก : รู้สึกเหมือนต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลากลมหายใจเข้าปอด หรือรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ
สะดุ้งตื่นกลางดึก : ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหอบเหนื่อย ใจสั่น หรือรู้สึกเหมือนสำลักน้ำลาย/สำลักอากาศอย่างกะทันหัน
นอนกรนเสียงดังผิดปกติ : โดยเฉพาะการกรนแล้วมีจังหวะที่เสียงเงียบหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามด้วยเสียงครอกคล้ายคนขาดใจ
คอแห้งหรือเจ็บคอเมื่อตื่นนอน : เนื่องจากการหายใจติดขัดทางจมูกทำให้ต้องเปลี่ยนมาหายใจทางปากแทนตลอดทั้งคืน
ปวดศีรษะในช่วงเช้า : เป็นผลมาจากการที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และมีการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงขณะหลับ
ง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน : รู้สึกเพลียสะสม สมาธิสั้น หรือเผลอหลับในขณะทำงานหรือขับรถ เพราะคุณภาพการนอนที่แย่ลง
หากพบว่าตนเองมีอาการเหล่านี้เป็นประจำ หรือเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณของการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เช่น การกรนสลับหยุดหายใจ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ภาวะนี้สามารถส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ในระยะยาว ดังนั้น ควรเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ซึ่งจะช่วยวินิจฉัยและหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อให้คุณกลับมามีค่ำคืนที่หลับสนิทและปลอดภัยอีกครั้ง
อันตรายจากการหายใจไม่ออกตอนนอน อันตรายกว่าที่คุณคิดอย่างไร

การที่ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วง ๆ ขณะหลับ หรือหายใจไม่ออกตอนนอน ไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกเพลียในเช้าวันถัดไป แต่คือการทำร้ายระบบภายในอย่างต่อเนื่อง เมื่อสมองรับรู้ว่าร่างกายกำลังจะขาดออกซิเจนจะปลุกให้เราตื่นเพื่อหายใจใหม่ กระบวนการนี้สร้างความเครียดมหาศาลให้กับอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งสามารถจำแนกอันตรายได้ดังนี้
อันตรายในระยะสั้น
ความอ่อนเพลียเรื้อรัง : แม้จะนอนหลายชั่วโมง แต่เป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้สมองล้า ไม่สดชื่น
ประสิทธิภาพการทำงานลดลง : ขาดสมาธิ หลงลืมง่าย และตัดสินใจช้าลง
เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ : มีโอกาสหลับในขณะขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
อารมณ์แปรปรวน : หงุดหงิดง่าย เครียดสะสม และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
อันตรายในระยะยาว
โรคความดันโลหิตสูง : การที่ออกซิเจนในเลือดต่ำบ่อย ๆ กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นแม้ในขณะตื่น
โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง : เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) และเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก (Stroke)
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ : ส่งผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ
- โรคเบาหวาน : ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีความสัมพันธ์กับการดื้ออินซูลิน ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากขึ้น
หายใจไม่ออกตอนนอน เลือกรักษาได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม
หากเข้ารับการวินิจฉัยแล้ว พบว่ามีอาการหายใจไม่ออกตอนนอน ปัจจุบันมีวิธีแก้ที่ช่วยให้คุณกลับมาหายใจได้โล่งขึ้น ดังนี้
- การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) : ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่เป็นที่นิยมที่สุด โดยเครื่องจะเป่าลมผ่านหน้ากากเพื่อถ่างทางเดินหายใจไม่ให้ตีบแคบขณะหลับ
- การใส่เครื่องมือจัดระเบียบขากรรไกร (Oral Appliance) : อุปกรณ์คล้ายฟันยางที่จะช่วยดึงขากรรไกรล่างมาด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหรือเนื้อเยื่อในลำคอตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ
- การรักษาด้วยการผ่าตัด : ในกรณีที่มีความผิดปกติทางโครงสร้าง เช่น ต่อมทอนซิลโต ผนังกั้นจมูกคด หรือเพดานอ่อนหย่อนมาก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อขยายทางเดินหายใจ
- การปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนัก : ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง การลดน้ำหนักเพื่อลดไขมันรอบลำคอ และการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างมาก
หายใจไม่ออกตอนนอน วิธีป้องกัน เพื่อคุณภาพการนอนที่ดี ทำได้อย่างไร

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับปอดของคุณ เพื่อลดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้หายใจไม่ออกตอนนอน โดยเฉพาะในยุคที่มีมลภาวะทางอากาศสูง ดังนี้
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน
เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองระดับ HEPA สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เกสรดอกไม้ และไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โพรงจมูกอักเสบและบวมจนหายใจไม่ออกขณะนอนหลับ การมีอากาศที่สะอาดจะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ผ่อนคลายที่สุด
ปิดหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5
ในวันที่ค่าฝุ่นภายนอกสูงควรปิดหน้าต่างให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นพิษเล็ดลอดเข้ามาสะสมในห้องนอน หากกังวลเรื่องการถ่ายเทอากาศ แนะนำให้เปิดเครื่องฟอกอากาศควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่คุณหายใจเข้าปอดตลอดทั้งคืนนั้นบริสุทธิ์
หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นประจำ
ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าม่านด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการสะสมของตุ๊กตาหรือของใช้ที่เก็บฝุ่นไว้บนเตียง ซึ่งเป็นตัวการแฝงที่ทำให้คุณรู้สึกแน่นจมูก หายใจไม่ออกตอนกลางคืน
อย่าปล่อยให้ลมหายใจกลายเป็นยาพิษ... เช็กด่วน! PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพที่กำลังทำลายอวัยวะไหนของคุณอยู่
หายใจไม่ออกตอนนอน อาการที่ไม่ควรละเลย
อาการหายใจไม่ออกตอนนอนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรละเลย เพราะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้สะอาด ปราศจากฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้คุณหลับสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
หากกำลังมองหาตัวช่วยในการสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ เครื่องฟอกอากาศ LG มาพร้อมเทคโนโลยีการกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 และกำจัดแบคทีเรียได้อย่างแม่นยำ เพื่อคืนลมหายใจที่สะอาด และสุขภาพการนอนที่ดีที่สุดให้กับคุณและคนที่คุณรัก
สนใจเครื่องฟอกอากาศ LG สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.lg.com พิเศษสุด ๆ สมัคร LG Member รับส่วนลดและบริการพิเศษสุดคุ้มอีกหลายต่อ
สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ
รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)
ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)
LG บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care Plus+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
