breathing-problems-when-sleeping

หายใจไม่ออกตอนนอน สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง?

2026-02-26

อาการสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะรู้สึกเหมือนขาดอากาศ หรืออาการหายใจไม่ออกตอนนอน ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่ควรปล่อยผ่าน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงการนอนผิดท่าหรือความเครียดชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง นี่คือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ หรือการทำงานของหัวใจ หากปล่อยไว้เรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ตั้งแต่ความอ่อนเพลียสะสม ไปจนถึงความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจล้มเหลว

 

การทำความเข้าใจสาเหตุการหายใจไม่ออกตอนนอนจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อการรักษาที่ตรงจุด และกลับมานอนหลับสนิทได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

 

หายใจไม่ออกตอนนอน คืออะไร? สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

 

อาการหายใจไม่ออกตอนนอน คือ ภาวะที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอขณะหลับ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอก หรือต้องพยายามใช้แรงหายใจมากกว่าปกติ จนบางครั้งทำให้ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาหอบเหนื่อยกลางดึก

 

การหายใจไม่ออกตอนนอนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต เพราะนอกจากจะทำให้การพักผ่อนหยุดชะงักแล้ว ยังส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง บีบให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากเริ่มรู้สึกว่าการนอนหลับกลายเป็นเรื่องน่ากังวล นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังเรียกร้องความช่วยเหลือ

 

หายใจไม่ออกตอนนอน เกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง

 

 

สาเหตุของการหายใจไม่ออกตอนนอนหลับไม่ได้เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บเพียงอย่างเดียว แต่การหายใจไม่ออกตอนนอนเกิดจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้

ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในห้องนอน

  •  

  • มีฝุ่นสะสมในห้องนอนเยอะ : ไรฝุ่นบนที่นอน ผ้าม่าน หรือพรม เป็นสาเหตุของการหายใจไม่ออกตอนนอน เพราะภูมิแพ้ตัวฉกาจทำให้จมูกบวมและทางเดินหายใจอักเสบ

  • อากาศในห้องนอนแห้งเกินไป : การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่ำเกินไปทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและระคายเคือง จนรู้สึกหายใจติดขัด

  • การถ่ายเทอากาศไม่ดี : ห้องเหม็นอับ หรือห้องที่ปิดทึบเกินไปอาจมีการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้รู้สึกอึดอัดขณะหลับ

  • กลิ่นไม่พึงประสงค์ : กลิ่นจากน้ำหอมปรับอากาศ หรือน้ำยาทำความสะอาดบางชนิด อาจกระตุ้นอาการหลอดลมหดตัวในผู้ที่มีความเสี่ยง

  • การสะสมของเชื้อราในห้องนอน : เชื้อราในห้องนอน หรือในเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาด สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการระคายเคือง หลอดลมตีบแคบ และส่งผลให้หายใจลำบากมากขึ้นในขณะหลับ

 

ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในห้องนอน

 

ปัจจัยด้านพฤติกรรม

  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยากล่อมประสาทก่อนนอน : สารเหล่านี้มีฤทธิ์กดประสาท และทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจผ่อนคลายเกินไปจนเกิดการอุดกั้น

  • สูบบุหรี่ : สารพิษในบุหรี่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในทางเดินหายใจ ทำให้หลอดลมตีบแคบ

  • ท่านอนที่ไม่เหมาะสม : การนอนหงายมักทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่อในลำคอตกลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าการนอนตะแคง

  • การรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนนอน : นำไปสู่โรคกรดไหลย้อน ซึ่งกรดอาจไหลขึ้นมาเคืองคอ จนทำให้รู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก

 

ปัจจัยด้านสุขภาพและโรคประจำตัว

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) : ขณะนอนหลับกล้ามเนื้อลำคอและลิ้นอาจหย่อนตัวลง ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบจนหายใจลำบาก หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ

  • โรคหัวใจอ่อนแรง : ภาวะหัวใจล้มเหลวอาจทำให้มีน้ำคั่งในปอดเมื่อนอนราบ ส่งผลให้นอนแล้วหายใจไม่สะดวก ต้องนั่งพัก

  • โรคหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง : อาการมักกำเริบในช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นลง และความเข้มข้นของฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไป

     

  • โรคอ้วน : ไขมันส่วนเกินบริเวณรอบคอและหน้าอกจะกดทับทางเดินหายใจและปอด ทำให้การขยายตัวของทรวงอกขณะหายใจทำได้ยากขึ้น

 

หายใจไม่ออกตอนนอน อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนภัย?

 

ร่างกายจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาในรูปแบบของอาการต่าง ๆ ขณะที่เราหลับ การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อย อาจช่วยให้คุณป้องกันโรคร้ายที่มาจากการหายใจไม่ออกตอนนอนได้ทันท่วงที

  • หายใจติดขัดไม่สะดวก : รู้สึกเหมือนต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลากลมหายใจเข้าปอด หรือรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ

  • สะดุ้งตื่นกลางดึก : ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหอบเหนื่อย ใจสั่น หรือรู้สึกเหมือนสำลักน้ำลาย/สำลักอากาศอย่างกะทันหัน

  • นอนกรนเสียงดังผิดปกติ : โดยเฉพาะการกรนแล้วมีจังหวะที่เสียงเงียบหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามด้วยเสียงครอกคล้ายคนขาดใจ

  • คอแห้งหรือเจ็บคอเมื่อตื่นนอน : เนื่องจากการหายใจติดขัดทางจมูกทำให้ต้องเปลี่ยนมาหายใจทางปากแทนตลอดทั้งคืน

  • ปวดศีรษะในช่วงเช้า : เป็นผลมาจากการที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และมีการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงขณะหลับ

  • ง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน : รู้สึกเพลียสะสม สมาธิสั้น หรือเผลอหลับในขณะทำงานหรือขับรถ เพราะคุณภาพการนอนที่แย่ลง

 

หากพบว่าตนเองมีอาการเหล่านี้เป็นประจำ หรือเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณของการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เช่น การกรนสลับหยุดหายใจ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ภาวะนี้สามารถส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ในระยะยาว ดังนั้น ควรเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ซึ่งจะช่วยวินิจฉัยและหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อให้คุณกลับมามีค่ำคืนที่หลับสนิทและปลอดภัยอีกครั้ง

 

อันตรายจากการหายใจไม่ออกตอนนอน อันตรายกว่าที่คุณคิดอย่างไร

 

 

การที่ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วง ๆ ขณะหลับ หรือหายใจไม่ออกตอนนอน ไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกเพลียในเช้าวันถัดไป แต่คือการทำร้ายระบบภายในอย่างต่อเนื่อง เมื่อสมองรับรู้ว่าร่างกายกำลังจะขาดออกซิเจนจะปลุกให้เราตื่นเพื่อหายใจใหม่ กระบวนการนี้สร้างความเครียดมหาศาลให้กับอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งสามารถจำแนกอันตรายได้ดังนี้

 

อันตรายในระยะสั้น

 

  • ความอ่อนเพลียเรื้อรัง : แม้จะนอนหลายชั่วโมง แต่เป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้สมองล้า ไม่สดชื่น

  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง : ขาดสมาธิ หลงลืมง่าย และตัดสินใจช้าลง

  • เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ : มีโอกาสหลับในขณะขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

  • อารมณ์แปรปรวน : หงุดหงิดง่าย เครียดสะสม และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

 

อันตรายในระยะยาว

  • โรคความดันโลหิตสูง : การที่ออกซิเจนในเลือดต่ำบ่อย ๆ กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นแม้ในขณะตื่น

  • โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง : เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) และเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก (Stroke)

  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ : ส่งผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ

  • โรคเบาหวาน : ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีความสัมพันธ์กับการดื้ออินซูลิน ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากขึ้น

 

หายใจไม่ออกตอนนอน เลือกรักษาได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม

 

หากเข้ารับการวินิจฉัยแล้ว พบว่ามีอาการหายใจไม่ออกตอนนอน ปัจจุบันมีวิธีแก้ที่ช่วยให้คุณกลับมาหายใจได้โล่งขึ้น ดังนี้

  1. การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) : ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่เป็นที่นิยมที่สุด โดยเครื่องจะเป่าลมผ่านหน้ากากเพื่อถ่างทางเดินหายใจไม่ให้ตีบแคบขณะหลับ
  2. การใส่เครื่องมือจัดระเบียบขากรรไกร (Oral Appliance) : อุปกรณ์คล้ายฟันยางที่จะช่วยดึงขากรรไกรล่างมาด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหรือเนื้อเยื่อในลำคอตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ
  3. การรักษาด้วยการผ่าตัด : ในกรณีที่มีความผิดปกติทางโครงสร้าง เช่น ต่อมทอนซิลโต ผนังกั้นจมูกคด หรือเพดานอ่อนหย่อนมาก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อขยายทางเดินหายใจ
  4. การปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนัก : ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง การลดน้ำหนักเพื่อลดไขมันรอบลำคอ และการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างมาก

 

หายใจไม่ออกตอนนอน วิธีป้องกัน เพื่อคุณภาพการนอนที่ดี ทำได้อย่างไร

 

 

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับปอดของคุณ เพื่อลดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้หายใจไม่ออกตอนนอน โดยเฉพาะในยุคที่มีมลภาวะทางอากาศสูง ดังนี้

 

ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน

เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองระดับ HEPA สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เกสรดอกไม้ และไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โพรงจมูกอักเสบและบวมจนหายใจไม่ออกขณะนอนหลับ การมีอากาศที่สะอาดจะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ผ่อนคลายที่สุด

 

ปิดหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5

ในวันที่ค่าฝุ่นภายนอกสูงควรปิดหน้าต่างให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นพิษเล็ดลอดเข้ามาสะสมในห้องนอน หากกังวลเรื่องการถ่ายเทอากาศ แนะนำให้เปิดเครื่องฟอกอากาศควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่คุณหายใจเข้าปอดตลอดทั้งคืนนั้นบริสุทธิ์

 

หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นประจำ

ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าม่านด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการสะสมของตุ๊กตาหรือของใช้ที่เก็บฝุ่นไว้บนเตียง ซึ่งเป็นตัวการแฝงที่ทำให้คุณรู้สึกแน่นจมูก หายใจไม่ออกตอนกลางคืน

 

อย่าปล่อยให้ลมหายใจกลายเป็นยาพิษ... เช็กด่วน! PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพที่กำลังทำลายอวัยวะไหนของคุณอยู่

 

หายใจไม่ออกตอนนอน อาการที่ไม่ควรละเลย

อาการหายใจไม่ออกตอนนอนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรละเลย เพราะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้สะอาด ปราศจากฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้คุณหลับสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

หากกำลังมองหาตัวช่วยในการสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ เครื่องฟอกอากาศ LG มาพร้อมเทคโนโลยีการกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 และกำจัดแบคทีเรียได้อย่างแม่นยำ เพื่อคืนลมหายใจที่สะอาด และสุขภาพการนอนที่ดีที่สุดให้กับคุณและคนที่คุณรัก

 

สนใจเครื่องฟอกอากาศ LG สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.lg.com พิเศษสุด ๆ สมัคร LG Member รับส่วนลดและบริการพิเศษสุดคุ้มอีกหลายต่อ

 

สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ

 

  • รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)

  • ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

  • LG บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care Plus+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ

 

ติดต่อ LG

โทรศัพท์ : 02 057 5757

ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.

Line : @lgthailand

อีเมล : supportlgeth@lge.com