ลดหย่อนภาษีเตรียมตัวอย่างไร รวมรายการที่ใช้ได้ พร้อมวิธีคำนวณ

ลดหย่อนภาษี

ลดหย่อนภาษีทำอย่างไร รวมรายการที่ใช้ได้ พร้อมวิธีคำนวณ

2026-01-06

การวางแผนภาษีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล ทุกปีเมื่อถึงช่วงเวลาของการยื่นภาษี หลายคนอาจรู้สึกกังวลว่าจะพลาดสิทธิลดหย่อนภาษีที่ควรได้รับ หรือเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะช่วยให้เตรียมตัวลดหย่อนภาษีได้อย่างเป็นระบบ มาดูกันว่าในปีนี้มีรายการลดหย่อนภาษีอะไรที่น่าสนใจ และจะเริ่มต้นวางแผนเพื่อใช้สิทธิเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง

 

สารบัญบทความ

 

 

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีกี่แบบ? เลือกแบบไหนดี

 

วิธีการคำนวณภาษีทั้ง 2 รูปแบบต่อไปนี้ จะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถลดภาษีได้ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

 

1. การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย

วิธีคำนวณภาษีแบบเหมาจ่ายนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีรายได้จากแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน (เช่น รายได้จากงานฟรีแลนซ์, ค่าเช่า, ค่าขายลิขสิทธิ์, หรือรายได้จากวิชาชีพอิสระ) โดยมีเงื่อนไขว่ารายได้รวมเหล่านี้จะต้องเกิน 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยจะคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้ทั้งหมดที่ไม่ใช่เงินเดือนนั้น ๆ ดังสูตร

 

(รายได้ทุกประเภทยกเว้นเงินเดือน) × 0.005 = ภาษีที่ต้องชำระ

 

เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของผู้มีรายได้น้อย หากคำนวณภาษีตามสูตรนี้แล้วได้ค่าภาษีไม่เกิน 5,000 บาท ผู้เสียภาษีจะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนนี้ไป

 

2. การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

วิธีคำนวณภาษีแบบขั้นบันได ถือเป็นวิธีคำนวณภาษีพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือผู้ที่มีรายได้จากการจ้างงานเป็นหลัก วิธีนี้จะนำเงินได้สุทธิ (ซึ่งคือรายได้ทั้งหมด หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว) มาคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กำหนดเป็นขั้นบันได (Progressive Tax Rate)

 

โดยหลักการสำคัญคือ ยิ่งผู้เสียภาษีมีเงินได้สุทธิสูงเท่าไร อัตราภาษีที่ต้องเสียก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นระบบที่สร้างความเป็นธรรมทางสังคมในการกระจายภาระภาษี

 

ลดหย่อนภาษี คืออะไร? ตัวช่วยสำคัญในการวางแผนการเงิน

 

การลดหย่อนภาษี คือ สิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้มีเงินได้สามารถนำรายจ่ายบางประเภท เงินออม หรือเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงในรอบปีภาษีมาหักออกจากเงินได้สุทธิ ก่อนการคำนวณภาษีจริง ซึ่งการหักลดหย่อนนี้ จะทำให้ฐานรายได้ที่ใช้ในการคำนวณภาษีลดลง และส่งผลให้จำนวนภาษีที่ต้องชำระลดลง หรืออาจทำให้ได้รับการยกเว้นภาษีในที่สุด

 

ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษี

 

 

คนที่มีสิทธิในการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ได้แก่

 

  • ผู้มีเงินได้พึงประเมิน : คือ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกิน 150,000 บาทต่อปี ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีฯ และมีสิทธิในการลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด

  • ผู้ที่อยู่ในประเทศไทย : ผู้ที่พำนักในประเทศไทยเป็นเวลา 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น และชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย และมีรายได้เข้าเกณฑ์การเสียภาษี

  • ผู้มีเงินได้จากภายในประเทศ (แม้จะไม่ได้อยู่ในประเทศ) : แต่มีรายได้จากแหล่งในประเทศไทย

  • พนักงานบริษัท : ผู้ที่ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ๆ จากนายจ้าง

  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ : เช่น นักเขียน, สอนพิเศษ, งานถ่ายภาพ, ที่ปรึกษาการเงิน ฯลฯ

  • เจ้าของกิจการ : ผู้ที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจส่วนตัว

  • ผู้มีรายได้จากการลงทุน : เช่น ดอกเบี้ย, เงินปันผล, ค่าเช่า, กำไรจากการขายหลักทรัพย์

  • ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ : รวมถึงผู้รับบำนาญ

  • ผู้มีรายได้จากวิชาชีพ : เช่น นักแสดง, นักร้อง, นักเขียน, ศิลปิน

 

  • คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ : สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบางรายการร่วมกับคู่สมรสที่มีเงินได้


 

ประโยชน์ของการวางแผนลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง

 

 

การวางแผนการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีประโยชน์ที่ครอบคลุมและเป็นระบบมากกว่าแค่การชำระภาษีให้น้อยลงเท่านั้น ประโยชน์หลัก ๆ ที่ผู้มีเงินได้จะได้รับจากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีดังนี้

 

  • ประหยัดภาษี และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน : การใช้ค่าลดหย่อนภาษีอย่างครบถ้วนจะช่วยให้เงินได้สุทธิลดลง ซึ่งส่งผลให้คุณต้องชำระภาษีในอัตราที่น้อยลง หรืออาจไม่ต้องชำระเลย

  • สร้างวินัยทางการออมและการลงทุน : สิทธิลดหย่อนภาษีหลายรายการผูกติดอยู่กับการออมระยะยาว เช่น ประกันชีวิต/บำนาญ และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF/RMF) การซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อลดหย่อนภาษี จึงเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คุณเริ่มต้นหรือเพิ่มการออมและการลงทุน

  • บริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคง : การซื้อประกันสุขภาพ หรือประกันชีวิตเพื่อนำมาลดหย่อนภาษี ไม่เพียงแต่ช่วยลดฐานภาษีเท่านั้น แต่ยังเป็นการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและชีวิต ทำให้คุณและครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินในยามฉุกเฉิน

  • สนับสนุนการใช้จ่ายที่จำเป็นต่อครอบครัว : ค่าลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้ดูแล เช่น ลดหย่อนพ่อแม่, คู่สมรส, บุตร ช่วยลดภาระภาษีให้สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายจริงที่จำเป็นต่อการดูแลคนในครอบครัว


รายการลดหย่อนภาษี หมวดหมู่สำคัญที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีมีอะไรบ้าง

 

 

รายการลดหย่อนภาษีที่กรมสรรพากรกำหนด สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 หมวดหมู่หลัก ๆ เพื่อให้ผู้มีเงินได้สามารถตรวจสอบสิทธิของตนเองได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ซึ่งการใช้สิทธิลดหย่อนในแต่ละหมวดจะช่วยลดเงินได้สุทธิลงได้

 

1. สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

 

1. ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล

• ผู้มีเงินได้ ลดหย่อนได้ 60,000 บาท

• คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ลดหย่อนได้ 60,000 บาท

 

2. ค่าลดหย่อนบุตร

• บุตรชอบด้วยกฎหมาย ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน

• บุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน (ไม่จำกัดจำนวน)

• บุตรบุญธรรม ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน (รวมกันไม่เกิน 3 คน)

 

3. ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริง แต่ลดหย่อนได้ไม่เกิน 60,000 บาท

 

4. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา

 

  • พ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาสามารถลดได้ 30,000 บาทต่อคน (รวมบิดามารดาของคู่สมรส) ทั้งนี้ บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี



     

2. สิทธิลดหย่อนภาษีการออมและการลงทุน

 

สิทธิลดหย่อนภาษีเหล่านี้จะช่วยให้สามารถลดภาระภาษี และมีเงินเก็บเพื่ออนาคตได้มากขึ้น

 

  1. 1. เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง สูงสุดรวมไม่เกิน 500,000 บาท

  2. 2. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท สูงสุดรวมไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับสิทธิลดหย่อนการออม/ลงทุนอื่น ๆ)

  3. 3. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดรวมไม่เกิน 500,000 บาท แต่ต้องลงทุนอย่างน้อย 5 ปี และไถ่ถอนเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป

  4. 4. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดรวมไม่เกิน 200,000 บาท แต่ต้องลงทุนอย่างน้อย 10 ปี (เป็นมาตรการชั่วคราว)

  5. 5. เงินลงทุนในกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

  6. 6. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องลงทุนอย่างน้อย 10 ปี และต้องลงทุนในหุ้นไทยอย่างน้อย 65% (เป็นมาตรการชั่วคราว)


3. สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มประกันต่าง ๆ

 

การทำประกันเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้

 

  1. 1. เงินประกันสังคม (จ่ายจริง)

 

• มาตรา 33 : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาทต่อปี

• มาตรา 39 : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,184 บาทต่อปี

• มาตรา 40 : ลดหย่อนได้ตามทางเลือกที่จ่าย (840 / 1,200 / 3,600 บาทต่อปี)

 

  1. เบี้ยประกันชีวิต :2. ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป)

  2. 3. เบี้ยประกันสุขภาพและอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท (เมื่อรวมกับประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)

  3. 4. เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา : ลดหย่อนบิดามารดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แต่บิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ไม่จำเป็นต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป)

  4. 5. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ฯ และไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับ PVD/กบข./กอช. ฯลฯ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

     

4. สิทธิลดหย่อนภาษีที่อยู่อาศัย

 

สำหรับผู้ที่มีภาระผ่อนที่อยู่อาศัย

 

  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

  • ค่าซ่อมแซมอาคารที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ได้สำหรับการซ่อมแซม ต่อเติม หรือปรับปรุงอาคารที่อยู่อาศัย และต้องเป็นการจ้างผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม



     

     

5. สิทธิลดหย่อนภาษีการบริจาค

 

ช่วยสังคมและลดหย่อนภาษีไปพร้อมกัน

 

  • เงินบริจาคทั่วไป : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย

  • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/สาธารณสุข/การกีฬา : ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย

  • เงินบริจาคพรรคการเมือง : ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

  • เงินบริจาคให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) / สถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการศึกษา : ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค (รวมกับรายการบริจาคอื่นๆ แล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้ฯ หลังหักค่าใช้จ่าย)



     

     

     

6. สิทธิลดหย่อนภาษีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (มาตรการชั่วคราว)

 

มาตรการที่รัฐออกมาเพื่อส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ (โปรดตรวจสอบปีและระยะเวลาที่บังคับใช้)

 

  • มาตรการเที่ยวดีมีคืน : สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ หรือที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วง 29 ต.ค. ถึง 15 ธ.ค. 2568 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 20,000 บาท โดยการเที่ยวเมืองรองจะได้รับลดหย่อนเพิ่มเป็น 1.5 เท่า สูงสุด 30,000 บาท

  • มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 : ช่วยให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการในช่วง 16 ม.ค. ถึง 28 ก.พ. 2568 มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท




     

     

เอกสารหลักฐานสำหรับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง

 

แม้ว่าปัจจุบันกรมสรรพากรจะอำนวยความสะดวกให้เราลดหย่อนภาษีออนไลน์ ด้วยการดึงข้อมูลลดหย่อนมาให้จำนวนหนึ่ง แต่เพื่อความมั่นใจและพร้อมรับการตรวจสอบเสมอ ควรเตรียมเอกสารสำคัญเหล่านี้ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันสิทธิลดหย่อนที่ใช้ไป

 

1. ลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

 

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีเงินได้ และคู่สมรส

  • สำเนาทะเบียนสมรส

  • สูติบัตรของบุตร

  • หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)

  • ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร

  • สำเนาบัตรประชาชนของบิดามารดาที่อุปการะ

  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (กรณีอุปการะคนพิการ)




     

     

2. การออมและการลงทุน

 

  • หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) และ SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม)

  • หนังสือรับรองเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

  • หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)



     

     

     

3. กลุ่มประกันชีวิตและสุขภาพ

 

  • ใบรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต

  • ใบรับรองการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ

  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

  • ใบรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ




     

     

4. ที่อยู่อาศัย

 

  • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย

  • ใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมแซมบ้าน พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน




     

     

5. การศึกษาและพัฒนาตนเอง

 

  • ใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนบุตร

  • ใบเสร็จรับเงินค่าอบรมหรือสัมมนา




     

     

6. การบริจาค

 

  • ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการบริจาคเงินให้สถานศึกษา ศาสนสถาน หรือองค์กรสาธารณกุศล

  • หลักฐานการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)




     

     

7. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ถ้ามี)

 

  • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการ

  • ใบเสร็จรับเงินค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าบริการจากการท่องเที่ยว




     

     

8. อื่น ๆ

 

  • หลักฐานการจ่ายเงินสมทบกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  • ใบเสร็จรับเงินค่าอุปกรณ์การแพทย์




     

     

วิธียื่นภาษีที่คุณต้องรู้ มีอะไรบ้าง

 

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ การแจ้งให้กรมสรรพากรทราบว่าตลอดปีที่ผ่านมา มีรายได้และได้ใช้สิทธิลดหย่อนอะไรไปบ้าง ซึ่งมีวิธีให้เลือก ดังนี้

 

  1. 1. สำนักงานสรรพากรพื้นที่/สาขา (อ. สรรพากรเขต/อำเภอ) เดิมเรียกว่าสำนักงานสรรพากรเขต/อำเภอ สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ได้ทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นสาขาในพื้นที่ที่ผู้เสียภาษีมีภูมิลำเนา


  2. 2. ที่ทำการไปรษณีย์ ยื่นได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม เท่านั้น เฉพาะผู้มีเงินได้ที่ภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร


  • ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

  • แนบเช็ค (ประเภท ธ.ค. หรือ ง.) หรือธนาณัติ ตามจำนวนภาษีที่ต้องชำระทั้งหมด




     

     

ส่งไปที่ กองบริหารการคลังและรายได้ กรมสรรพากร อาคารกรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 แต่ผู้มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ และไม่สามารถขอชำระภาษีเป็นงวดผ่านช่องทางนี้ได้

  1.  

    3. ทางอินเทอร์เน็ต ยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือยื่นผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax บนโทรศัพท์มือถือ

     

 

ลดหย่อนภาษี วางแผนดี จ่ายไม่เยอะอย่างที่คิด

 

การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มต้นจากการเข้าใจวิธีคำนวณภาษีทั้งแบบเหมาจ่าย และแบบขั้นบันได พร้อมทั้งใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วนในทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวและครอบครัว การออมและลงทุน ประกันต่าง ๆ ที่อยู่อาศัย หรือการบริจาค

 

การเตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม และเลือกช่องทางยื่นภาษีที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงานสรรพากร ไปรษณีย์ หรือออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax จะช่วยให้คุณลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งสร้างวินัยทางการเงินและความมั่นคงในระยะยาว

 

หากกำลังมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่จาก LG ไม่ว่าจะเป็น เครื่องซักผ้า, เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องปรับอากาศ (แอร์), หรือ Smart TV ล้วนเข้าเงื่อนไขของโครงการช้อปดีมีคืน 2569 สามารถติดต่อขอรับ ใบเสร็จและใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากทางเรา เพื่อนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างง่ายดาย ซื้อสินค้ากับ LG วันนี้ จึงไม่เพียงแต่ได้สินค้าคุณภาพเยี่ยม แต่ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีควบคู่กันไปอีกด้วย

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.lg.com พิเศษ! ซื้อสินค้ากับ LG ลดหย่อนภาษีพร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกหลายต่อ

 

สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ

 

ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757

ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.

Line : @lgthailand

อีเมล : supportlgeth@lge.com