We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
ลดหย่อนภาษีเตรียมตัวอย่างไร รวมรายการที่ใช้ได้ พร้อมวิธีคำนวณ
การวางแผนภาษีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล ทุกปีเมื่อถึงช่วงเวลาของการยื่นภาษี หลายคนอาจรู้สึกกังวลว่าจะพลาดสิทธิลดหย่อนภาษีที่ควรได้รับ หรือเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะช่วยให้เตรียมตัวลดหย่อนภาษีได้อย่างเป็นระบบ มาดูกันว่าในปีนี้มีรายการลดหย่อนภาษีอะไรที่น่าสนใจ และจะเริ่มต้นวางแผนเพื่อใช้สิทธิเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง
สารบัญบทความ
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีกี่แบบ? เลือกแบบไหนดี
วิธีการคำนวณภาษีทั้ง 2 รูปแบบต่อไปนี้ จะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถลดภาษีได้ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
1. การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย
วิธีคำนวณภาษีแบบเหมาจ่ายนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีรายได้จากแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน (เช่น รายได้จากงานฟรีแลนซ์, ค่าเช่า, ค่าขายลิขสิทธิ์, หรือรายได้จากวิชาชีพอิสระ) โดยมีเงื่อนไขว่ารายได้รวมเหล่านี้จะต้องเกิน 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยจะคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้ทั้งหมดที่ไม่ใช่เงินเดือนนั้น ๆ ดังสูตร
(รายได้ทุกประเภทยกเว้นเงินเดือน) × 0.005 = ภาษีที่ต้องชำระ
เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของผู้มีรายได้น้อย หากคำนวณภาษีตามสูตรนี้แล้วได้ค่าภาษีไม่เกิน 5,000 บาท ผู้เสียภาษีจะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนนี้ไป
2. การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได
วิธีคำนวณภาษีแบบขั้นบันได ถือเป็นวิธีคำนวณภาษีพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือผู้ที่มีรายได้จากการจ้างงานเป็นหลัก วิธีนี้จะนำเงินได้สุทธิ (ซึ่งคือรายได้ทั้งหมด หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว) มาคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กำหนดเป็นขั้นบันได (Progressive Tax Rate)
โดยหลักการสำคัญคือ ยิ่งผู้เสียภาษีมีเงินได้สุทธิสูงเท่าไร อัตราภาษีที่ต้องเสียก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นระบบที่สร้างความเป็นธรรมทางสังคมในการกระจายภาระภาษี
ลดหย่อนภาษี คืออะไร? ตัวช่วยสำคัญในการวางแผนการเงิน
การลดหย่อนภาษี คือ สิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้มีเงินได้สามารถนำรายจ่ายบางประเภท เงินออม หรือเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงในรอบปีภาษีมาหักออกจากเงินได้สุทธิ ก่อนการคำนวณภาษีจริง ซึ่งการหักลดหย่อนนี้ จะทำให้ฐานรายได้ที่ใช้ในการคำนวณภาษีลดลง และส่งผลให้จำนวนภาษีที่ต้องชำระลดลง หรืออาจทำให้ได้รับการยกเว้นภาษีในที่สุด
ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษี

คนที่มีสิทธิในการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ได้แก่
ผู้มีเงินได้พึงประเมิน : คือ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกิน 150,000 บาทต่อปี ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีฯ และมีสิทธิในการลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ที่อยู่ในประเทศไทย : ผู้ที่พำนักในประเทศไทยเป็นเวลา 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น และชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย และมีรายได้เข้าเกณฑ์การเสียภาษี
ผู้มีเงินได้จากภายในประเทศ (แม้จะไม่ได้อยู่ในประเทศ) : แต่มีรายได้จากแหล่งในประเทศไทย
พนักงานบริษัท : ผู้ที่ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ๆ จากนายจ้าง
ผู้ประกอบอาชีพอิสระ : เช่น นักเขียน, สอนพิเศษ, งานถ่ายภาพ, ที่ปรึกษาการเงิน ฯลฯ
เจ้าของกิจการ : ผู้ที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจส่วนตัว
ผู้มีรายได้จากการลงทุน : เช่น ดอกเบี้ย, เงินปันผล, ค่าเช่า, กำไรจากการขายหลักทรัพย์
ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ : รวมถึงผู้รับบำนาญ
ผู้มีรายได้จากวิชาชีพ : เช่น นักแสดง, นักร้อง, นักเขียน, ศิลปิน
คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ : สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบางรายการร่วมกับคู่สมรสที่มีเงินได้
ประโยชน์ของการวางแผนลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง
การวางแผนการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีประโยชน์ที่ครอบคลุมและเป็นระบบมากกว่าแค่การชำระภาษีให้น้อยลงเท่านั้น ประโยชน์หลัก ๆ ที่ผู้มีเงินได้จะได้รับจากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีดังนี้
ประหยัดภาษี และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน : การใช้ค่าลดหย่อนภาษีอย่างครบถ้วนจะช่วยให้เงินได้สุทธิลดลง ซึ่งส่งผลให้คุณต้องชำระภาษีในอัตราที่น้อยลง หรืออาจไม่ต้องชำระเลย
สร้างวินัยทางการออมและการลงทุน : สิทธิลดหย่อนภาษีหลายรายการผูกติดอยู่กับการออมระยะยาว เช่น ประกันชีวิต/บำนาญ และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF/RMF) การซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อลดหย่อนภาษี จึงเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คุณเริ่มต้นหรือเพิ่มการออมและการลงทุน
บริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคง : การซื้อประกันสุขภาพ หรือประกันชีวิตเพื่อนำมาลดหย่อนภาษี ไม่เพียงแต่ช่วยลดฐานภาษีเท่านั้น แต่ยังเป็นการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและชีวิต ทำให้คุณและครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินในยามฉุกเฉิน
สนับสนุนการใช้จ่ายที่จำเป็นต่อครอบครัว : ค่าลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้ดูแล เช่น ลดหย่อนพ่อแม่, คู่สมรส, บุตร ช่วยลดภาระภาษีให้สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายจริงที่จำเป็นต่อการดูแลคนในครอบครัว
รายการลดหย่อนภาษี หมวดหมู่สำคัญที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีมีอะไรบ้าง

รายการลดหย่อนภาษีที่กรมสรรพากรกำหนด สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 หมวดหมู่หลัก ๆ เพื่อให้ผู้มีเงินได้สามารถตรวจสอบสิทธิของตนเองได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ซึ่งการใช้สิทธิลดหย่อนในแต่ละหมวดจะช่วยลดเงินได้สุทธิลงได้
1. สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
1. ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล
• ผู้มีเงินได้ ลดหย่อนได้ 60,000 บาท
• คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ลดหย่อนได้ 60,000 บาท
2. ค่าลดหย่อนบุตร
• บุตรชอบด้วยกฎหมาย ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน
• บุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน (ไม่จำกัดจำนวน)
• บุตรบุญธรรม ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน (รวมกันไม่เกิน 3 คน)
3. ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริง แต่ลดหย่อนได้ไม่เกิน 60,000 บาท
4. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
พ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาสามารถลดได้ 30,000 บาทต่อคน (รวมบิดามารดาของคู่สมรส) ทั้งนี้ บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
2. สิทธิลดหย่อนภาษีการออมและการลงทุน
สิทธิลดหย่อนภาษีเหล่านี้จะช่วยให้สามารถลดภาระภาษี และมีเงินเก็บเพื่ออนาคตได้มากขึ้น
1. เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง สูงสุดรวมไม่เกิน 500,000 บาท
2. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท สูงสุดรวมไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับสิทธิลดหย่อนการออม/ลงทุนอื่น ๆ)
3. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดรวมไม่เกิน 500,000 บาท แต่ต้องลงทุนอย่างน้อย 5 ปี และไถ่ถอนเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป
4. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดรวมไม่เกิน 200,000 บาท แต่ต้องลงทุนอย่างน้อย 10 ปี (เป็นมาตรการชั่วคราว)
5. เงินลงทุนในกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
6. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องลงทุนอย่างน้อย 10 ปี และต้องลงทุนในหุ้นไทยอย่างน้อย 65% (เป็นมาตรการชั่วคราว)
3. สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มประกันต่าง ๆ
การทำประกันเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้
1. เงินประกันสังคม (จ่ายจริง)
• มาตรา 33 : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาทต่อปี
• มาตรา 39 : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,184 บาทต่อปี
• มาตรา 40 : ลดหย่อนได้ตามทางเลือกที่จ่าย (840 / 1,200 / 3,600 บาทต่อปี)
เบี้ยประกันชีวิต :2. ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป)
3. เบี้ยประกันสุขภาพและอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท (เมื่อรวมกับประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
4. เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา : ลดหย่อนบิดามารดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แต่บิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ไม่จำเป็นต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป)
5. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ฯ และไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับ PVD/กบข./กอช. ฯลฯ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
4. สิทธิลดหย่อนภาษีที่อยู่อาศัย
สำหรับผู้ที่มีภาระผ่อนที่อยู่อาศัย
ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าซ่อมแซมอาคารที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ได้สำหรับการซ่อมแซม ต่อเติม หรือปรับปรุงอาคารที่อยู่อาศัย และต้องเป็นการจ้างผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
5. สิทธิลดหย่อนภาษีการบริจาค
ช่วยสังคมและลดหย่อนภาษีไปพร้อมกัน
เงินบริจาคทั่วไป : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย
เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/สาธารณสุข/การกีฬา : ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย
เงินบริจาคพรรคการเมือง : ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
เงินบริจาคให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) / สถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการศึกษา : ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค (รวมกับรายการบริจาคอื่นๆ แล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้ฯ หลังหักค่าใช้จ่าย)
6. สิทธิลดหย่อนภาษีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (มาตรการชั่วคราว)
มาตรการที่รัฐออกมาเพื่อส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ (โปรดตรวจสอบปีและระยะเวลาที่บังคับใช้)
มาตรการเที่ยวดีมีคืน : สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ หรือที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วง 29 ต.ค. ถึง 15 ธ.ค. 2568 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 20,000 บาท โดยการเที่ยวเมืองรองจะได้รับลดหย่อนเพิ่มเป็น 1.5 เท่า สูงสุด 30,000 บาท
มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 : ช่วยให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการในช่วง 16 ม.ค. ถึง 28 ก.พ. 2568 มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท
เอกสารหลักฐานสำหรับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง
แม้ว่าปัจจุบันกรมสรรพากรจะอำนวยความสะดวกให้เราลดหย่อนภาษีออนไลน์ ด้วยการดึงข้อมูลลดหย่อนมาให้จำนวนหนึ่ง แต่เพื่อความมั่นใจและพร้อมรับการตรวจสอบเสมอ ควรเตรียมเอกสารสำคัญเหล่านี้ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันสิทธิลดหย่อนที่ใช้ไป
1. ลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีเงินได้ และคู่สมรส
สำเนาทะเบียนสมรส
สูติบัตรของบุตร
หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร
สำเนาบัตรประชาชนของบิดามารดาที่อุปการะ
สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (กรณีอุปการะคนพิการ)
2. การออมและการลงทุน
หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) และ SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม)
หนังสือรับรองเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
3. กลุ่มประกันชีวิตและสุขภาพ
ใบรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต
ใบรับรองการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ
หนังสือรับรองการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
ใบรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
4. ที่อยู่อาศัย
หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย
ใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมแซมบ้าน พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
5. การศึกษาและพัฒนาตนเอง
ใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนบุตร
ใบเสร็จรับเงินค่าอบรมหรือสัมมนา
6. การบริจาค
ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการบริจาคเงินให้สถานศึกษา ศาสนสถาน หรือองค์กรสาธารณกุศล
หลักฐานการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)
7. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ถ้ามี)
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการ
ใบเสร็จรับเงินค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าบริการจากการท่องเที่ยว
8. อื่น ๆ
หลักฐานการจ่ายเงินสมทบกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ใบเสร็จรับเงินค่าอุปกรณ์การแพทย์
วิธียื่นภาษีที่คุณต้องรู้ มีอะไรบ้าง
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ การแจ้งให้กรมสรรพากรทราบว่าตลอดปีที่ผ่านมา มีรายได้และได้ใช้สิทธิลดหย่อนอะไรไปบ้าง ซึ่งมีวิธีให้เลือก ดังนี้
1. สำนักงานสรรพากรพื้นที่/สาขา (อ. สรรพากรเขต/อำเภอ) เดิมเรียกว่าสำนักงานสรรพากรเขต/อำเภอ สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ได้ทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นสาขาในพื้นที่ที่ผู้เสียภาษีมีภูมิลำเนา
2. ที่ทำการไปรษณีย์ ยื่นได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม เท่านั้น เฉพาะผู้มีเงินได้ที่ภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
แนบเช็ค (ประเภท ธ.ค. หรือ ง.) หรือธนาณัติ ตามจำนวนภาษีที่ต้องชำระทั้งหมด
ส่งไปที่ กองบริหารการคลังและรายได้ กรมสรรพากร อาคารกรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 แต่ผู้มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ และไม่สามารถขอชำระภาษีเป็นงวดผ่านช่องทางนี้ได้
3. ทางอินเทอร์เน็ต ยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือยื่นผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax บนโทรศัพท์มือถือ
ลดหย่อนภาษี วางแผนดี จ่ายไม่เยอะอย่างที่คิด
การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มต้นจากการเข้าใจวิธีคำนวณภาษีทั้งแบบเหมาจ่าย และแบบขั้นบันได พร้อมทั้งใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วนในทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวและครอบครัว การออมและลงทุน ประกันต่าง ๆ ที่อยู่อาศัย หรือการบริจาค
การเตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม และเลือกช่องทางยื่นภาษีที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงานสรรพากร ไปรษณีย์ หรือออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax จะช่วยให้คุณลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งสร้างวินัยทางการเงินและความมั่นคงในระยะยาว
หากกำลังมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่จาก LG ไม่ว่าจะเป็น เครื่องซักผ้า, เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องปรับอากาศ (แอร์), หรือ Smart TV ล้วนเข้าเงื่อนไขของโครงการช้อปดีมีคืน 2569 สามารถติดต่อขอรับ ใบเสร็จและใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากทางเรา เพื่อนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างง่ายดาย ซื้อสินค้ากับ LG วันนี้ จึงไม่เพียงแต่ได้สินค้าคุณภาพเยี่ยม แต่ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีควบคู่กันไปอีกด้วย
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.lg.com พิเศษ! ซื้อสินค้ากับ LG ลดหย่อนภาษีพร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกหลายต่อ
สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
