We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพ อันตรายใกล้ตัว และวิธีรับมือให้ห่างไกลโรคร้าย
ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้เป็นเพียงมลพิษบนท้องฟ้าที่บดบังทัศนวิสัย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพอีกด้วย เพราะด้วยอนุภาคขนาดเล็กมากที่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ทำให้ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพนั้นมากกว่าที่คิด ทั้งระบบกระแสเลือดและทำร้ายอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเงียบ ๆ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเมืองหรือพื้นที่มีการจราจร การก่อสร้าง และการเผาไหม้ ความเสี่ยงจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
บทความนี้จะพาทุกคนไปเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่าส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และวิธีดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5
สารบัญบทความ
5 สาเหตุของฝุ่น PM 2.5 เกิดจากสาเหตุใดบ้าง
เพื่อเข้าใจว่าฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพเป็นอย่างไร เราต้องเข้าใจก่อนว่าที่มาของฝุ่นเกิดจากอะไร สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจากธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
1. ภัยธรรมชาติจากไฟป่า
ไฟป่าถือเป็นหนึ่งในสาเหตุลำดับต้น ๆ ของการเกิด PM 2.5 โดยจะมาจากควันไฟ ขี้เถ้า และแก๊สพิษ ไฟป่ามักเกิดขึ้นเองจากธรรมชาติด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น การเสียดสีกันของกิ่งไม้ หรือฟ้าผ่าลงต้นไม้ และอาจเกิดการลุกลามแพร่กระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ
2. การก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม
ในการดำเนินงานที่เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง มักมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือถ่านหินผ่านกระบวนการบดหรือการโม่ ก่อให้เกิดละอองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายที่นอกจากเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM 2.5 อีกด้วย
3. การเผาไหม้จากท่อไอเสียรถ
ปัญหาควันเสียจากท่อไอเสียของรถก็ส่งผลให้เกิดฝุ่น PM 2.5 มากขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ในรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเก่า มักทำให้เกิดเขม่าและควันดำ ซึ่งก่อให้เกิดเป็นละอองฝุ่นที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
4. การเผาไหม้ทางการเกษตร
การเผาไหม้ทางการเกษตร เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทย โดยมักเป็นการเผาในที่โล่ง เช่น การเผาไร่ข้าวโพด เผาอ้อย และการทำไร่หมุนเวียน ซึ่งการเผาทางการเกษตรนั้นก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่า จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 มากขึ้น
5. การเผาไหม้เชื้อเพลิง
นอกจากการเผาไหม้ทางการเกษตรแล้ว การเผาไหม้เชื้อเพลิงก็เป็นอีกสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 ไม่ว่าจะเป็นการเผาฟีนไม้เพื่อประกอบอาหาร การเผาขยะ และการเผาถ่านเพื่อใช้ในการผลิตเหล็ก ซึ่งการเผาไหม้เหล่านี้ก็ทำให้เกิดเป็นฝุ่นและก๊าซพิษได้
ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

การที่ร่างกายสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ในระยะยาว จะส่งผลต่อสุขภาพของคนที่สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว โดยฝุ่น PM 2.5 ทำให้ผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้
การสัมผัสในระยะสั้น
เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อร่างกายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการแสบจมูก หายใจลำบาก แน่นหน้าอก การทำงานของปอดมีประสิทธิภาพลดลง สำหรับใครที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด อาจทำให้อาการกำเริบได้
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อีกหนึ่งผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 คือทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ปอดเกิดการติดเชื้อ และติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่าย ส่งผลให้หลอดลมอักเสบ หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ง่ายขึ้น
พัฒนาการเด็กล่าช้า ผลเสียของฝุ่น PM 2.5 ต่อเด็กคือการเข้าไปทำลายเซลล์สมอง ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกายของเด็กที่ช้าลง หรือเกิดโรคสมาธิสั้น
ระบบสืบพันธุ์มีปัญหา อีกหนึ่งผลเสียของฝุ่น PM 2.5 คือทำให้ระบบสืบพันธุ์มีปัญหา เกิดภาวะมีบุตรยาก สำหรับในผู้หญิงตั้งครรภ์บางคนอาจเสี่ยงต่อภาวะแท้งบุตร หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ได้
การสัมผัสในระยะยาว
เส้นเลือดเกิดการอักเสบ เมื่อฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในกระแสเลือด จะกระตุ้นให้ผนังหลอดเลือกอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
เสี่ยงเกิดโรคมะเร็งปอด เนื่องจาก ฝุ่น PM 2.5 เป็นพิษโดยตรงต่อยีน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งปอด โดยผู้ที่สัมผัสฝุ่น PM 2.5 จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปถึง 1.4 เท่า
ผิวหนังหรือตาอักเสบ การสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นประจำอาจทำให้เกิดอาการคัน ผื่นแพ้ หรือระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา ทำให้ตาแดงหรือตาแห้ง
ใบหน้าเกิดจุดด่างดำและรอยย่น การสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน อาจทำลายเซลล์ผิว และทำให้ผิวเกิดจุดด่างดำ เกิดรอยเหี่ยวย่น ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ผิวหมองคล้ำ และริ้วรอยต่าง ๆ
ใครเสี่ยงร่างกายได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5
สำหรับคนที่มีโอกาสสัมผัสฝุ่น PM 2.5 มากกว่าคนทั่วไป และควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้
เด็กเล็ก เนื่องจากวัยเด็กอยู่ในช่วงที่ปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ และมีการหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ ทำให้มีโอกาสรับฝุ่น PM 2.5 ได้มากกว่า
หญิงตั้งครรภ์ ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจส่งผลต่อหญิงตั้งครรภ์คือ สามารถเข้าสู่ร่างกายเด็กทารกในครรภ์ผ่านสายรกได้ ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด และอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้
ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ระบบหายใจเริ่มมีอาการเสื่อมตามวัย หากร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5 อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ เช่น โรคหัวใจ หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คนที่ทำงานกลางแจ้ง เป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสได้สัมผัสฝุ่น PM 2.5 มากกว่าคนทั่วไป หากยิ่งสะสมเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคเกี่ยวกับปอด หรือโรคหอบหืด การสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 อาจทำให้โรคกำเริบได้
รวมวิธีดูแลและป้องกันร่างกายจาก ฝุ่น PM 2.5 ทำง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

หากคนที่จำเป็นต้องทำงานนอกบ้าน หรือต้องใช้ชีวิตในเมืองที่เสี่ยงเจอฝุ่น PM 2.5 มากเป็นพิเศษ สามารถดูแลและป้องกันร่างกายด้วยวิธีดังนี้
ติดตามค่าคุณภาพอากาศเป็นประจำ โดยหมั่นตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 ก่อนออกนอกบ้านผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ เพื่อวางแผนกิจกรรมรายวันอย่างเหมาะสม
สวมหน้ากากกันฝุ่นชนิด N95 เนื่องจากหน้ากาก N95 สามารถกรอง PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวันที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง
หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงฝุ่น โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น การก่อสร้าง หรือพื้นที่มีการเผาในที่โล่ง หากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ให้สวมหน้ากาก N95 และจำกัดเวลาอยู่ในพื้นที่ให้น้อยที่สุด
ลดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงค่าฝุ่นสูง หากต้องออกกำลังกาย หรือจำเป็นต้องทำกิจกรรมนอกบ้าน อาจเลือกทำในที่ปิดแทนในวันที่ค่าฝุ่นสูงมาก
พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงป่วยจากผลกระทบของฝุ่น
ใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้านหรือที่ทำงาน ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ที่มีคุณภาพสูง มีคุณสมบัติช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และมลพิษอื่น ๆ ในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด ปกป้องคนที่คุณรักด้วยเครื่องฟอกอากาศจาก LG
จะเห็นได้ว่า ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพนั้นมีผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก ระบบสืบพันธุ์ จนถึงความเสี่ยงโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจและมะเร็งปอด ดังนั้น การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากฝุ่น PM 2.5 จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการสวมหน้ากาก N95 หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ติดตามค่าคุณภาพอากาศ และดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ชัดเจนที่สุด คือการดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่มากที่สุดในแต่ละวันด้วยเครื่องฟอกอากาศ
สำหรับใครที่ต้องการรับมือกับ PM 2.5 รวมถึงมองหาวิธีกำจัดไรฝุ่นวิธีกำจัดไรฝุ่นในบ้านไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพจึงสำคัญ โดยเครื่องฟอกอากาศ LG มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ระบบกรอง HEPA คุณภาพสูงเพื่อกำจัดฝุ่น PM 2.5 และมลพิษในอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ดีไซน์ทันสมัย เข้ากับทุกสไตล์บ้าน ช่วยให้คุณและคนที่คุณรักหายใจได้อย่างมั่นใจในทุกพื้นที่ของบ้าน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.LG.com
พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก LG Member กับส่วนลดและบริการพิเศษที่คุ้มค่ากว่าใคร
ส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)
ผ่อน 0% สูงสุด 18 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
LG จัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมบริการ Exclusive Care+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
