We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
แอลจีผนึกพลังนวัตกรรม K-Tech กับฝีมือคนไทยตั้งเป้าส่งออกเครื่องซักผ้าฝาบน 2.3 ล้านเครื่อง
แอลจีผนึกพลังนวัตกรรม K-Tech กับฝีมือคนไทย ตั้งเป้าส่งออกเครื่องซักผ้าฝาบน 2.3 ล้านเครื่อง จากโรงงานระยองสู่ตลาดโลกปี 2568

กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2568 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าในการยกระดับโรงงานแอลจีในจังหวัดระยอง จากการเป็นฐานการผลิตหลักสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development Center) ที่สำคัญในเครือข่ายระดับโลกของแอลจี ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการผสานแนวคิด K-Tech (Korean Technology) ที่นำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากเกาหลีมาถ่ายทอดและพัฒนาร่วมกับบุคลากรไทย จนเกิดเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผล


ให้ทีมวิศวกรไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการออกแบบและพัฒนาเครื่องซักผ้าฝาบนกว่าร้อยละ 90 ของรุ่นที่ส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก
การยกระดับสู่ศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดศักยภาพบนฐานความแข็งแกร่งของโรงงานแอลจีในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แอลจีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของโลกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน ด้วยกำลังการผลิตกว่า 5.9 ล้านเครื่องในปี 2567 และมีสัดส่วนการส่งออกกว่าร้อยละ 80 ไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง แคนาดา เม็กซิโก และออสเตรเลีย ซึ่งบทบาทนี้ตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะ 1 ใน 18 ประเทศทั่วโลกที่แอลจีเข้ามาลงทุนครบวงจรทั้งด้านการตลาด การขาย และฐานการผลิต สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมในภูมิภาค
ด้าน นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการพัฒนาศักยภาพครั้งนี้ว่า "วิสัยทัศน์ของแอลจี คือการยกระดับศักยภาพของโรงงานในประเทศไทยให้เป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็นศูนย์กลางที่สร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมจากประเทศเกาหลีใต้ ความสำเร็จของทีมวิจัยและพัฒนาของไทยในการเป็นผู้นำการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

นั้น เป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัทแม่ในสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญให้กับแอลจีในตลาดโลก"
ปัจจุบัน โรงงานแอลจีที่ระยองเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลัก โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าเป็นสัดส่วนการผลิตหลักที่ร้อยละ 39 ซึ่ง


ครอบคลุมทั้งเครื่องซักผ้าฝาบน ถังคู่ และเครื่องอบผ้า ตามมาด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ที่ร้อยละ 45 และกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมเพรสเซอร์ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่ร้อยละ 16
เพื่อรองรับการเติบโตและแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2563 แอลจีได้จัดสรรงบประมาณการลงทุนเป็นจำนวนเงินเฉลี่ยปีละ 500-800 ล้านบาท สำหรับการเพิ่มศักยภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการยกระดับระบบความปลอดภัยทั้งด้าน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงงาน ซึ่งการลงทุนนี้สอดรับกับการคาดการณ์ยอดการส่งออกที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยโรงงานของแอลจี จังหวัดระยองมีการจัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากผู้ผลิตภายในประเทศไทย (Local Supplier) ในสัดส่วนที่มากกว่าร้อยละ 70 เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งและสนับสนุนเศรษฐกิจของคู่ค้าในประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างเสถียรภาพด้านการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1,850 อัตรา
การยกระดับบทบาทของโรงงานในประเทศไทยตลอดระยะเวลา 28 ปี จากฐานการผลิตสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการออกแบบ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ที่มีต่อศักยภาพของบุคลากรและระบบเศรษฐกิจของไทย และเป็นการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรมของแอลจีในเวทีการแข่งขันระดับสากลต่อไป
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lg.com/th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมล่าสุดผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของแอลจี
#LGTH #LifesGood
- PREVIOUS
- NEXT
/content/lge/th/th/about-lg/press-media/lg_rayong_factory_2025isCopied
paste