We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
ปัญหาเล็ก ๆ อย่างคราบตะกรัน อาจลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ หากปล่อยให้สะสมโดยไม่ดูแล แม้จะดูไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การเข้าใจต้นตอและรู้วิธีจัดการอย่างถูกต้องจึงเรื่องที่สำคัญ เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในบ้านได้ยาวนานขึ้น
ใครที่ไม่อยากต้องเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าบ่อย ๆ มาทำความรู้จักกับ “ตะกรัน” และวิธีการกำจัดอย่างถูกวิธีกันได้เลย
KEY TAKEAWAY
● ตะกรันเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำ โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม
● การปล่อยให้แร่ธาตุสะสมจนเกิดตะกรัน จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียไวและกินไฟมากขึ้น
● วิธีการกำจัดอาจใช้น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาเพื่อทำความสะอาดคราบตะกรัน
● การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ระบบกรองน้ำที่มีคุณภาพเพื่อลดความกระด้างของน้ำตั้งแต่ต้นทาง
ตะกรันคืออะไร? เข้าใจที่มาที่ส่งผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า
คราบตะกรัน คือการสะสมของแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต หรือแมกนีเซียมคาร์บอเนต ที่ปะปนมากับน้ำ เมื่อน้ำที่มีแร่ธาตุดังกล่าวถูกความร้อน แร่ธาตุเหล่านี้จะตกตะกอนและเกาะตามพื้นผิวจนกลายเป็นคราบตะกรัน ยิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งกลายเป็นคราบฝังแน่น จนทำให้ทำความสะอาดหรือกำจัดได้ยาก
คราบตะกรันเกิดจากอะไรบ้าง?

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดตะกรันเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำและพฤติกรรมบางอย่าง โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของแร่ธาตุมีดังนี้
● น้ำกระด้าง : แหล่งน้ำดิบที่มีปริมาณแร่ธาตุสูง เมื่อนำมาต้มหรือทำความร้อน แร่ธาตุจะแยกตัวออกมาและเกาะตามพื้นผิววัสดุได้ง่ายกว่า
● ความร้อน : อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเร่งกระบวนการตกตะกอนของแคลเซียม ทำให้เกิดคราบฝังแน่นเร็วกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้ จึงมักพบตะกรันในอุปกรณ์ทำความร้อนมากกว่าอุปกรณ์ทั่วไป
● การทำความสะอาด : การใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ทำความสะอาด มีผลให้เกิดการสะสมของคราบตะกรันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตะกรันพบได้บ่อยที่ไหนบ้าง?
บริเวณที่พบปัญหาตะกรันได้บ่อย ๆ มักเป็นจุดที่มีน้ำขังหรือเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ความร้อนในการทำงาน จุดที่ควรหมั่นตรวจสอบเป็นประจำ ได้แก่
● กาต้มน้ำร้อน : เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดคราบตะกรันได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณขดลวดทำความร้อนและก้นภาชนะ
● เตารีดไอน้ำ : ช่องพ่นไอน้ำมักมีการอุดตันของคราบแร่ธาตุ ทำให้พ่นไอน้ำได้ไม่สม่ำเสมอและอาจทิ้งคราบบนเสื้อผ้าได้
● ห้องน้ำ : พบมากบริเวณก๊อกน้ำ ฝักบัว หรืออาจพบคราบตะกรันที่กระจกกั้นตู้อาบน้ำ
● เครื่องซักผ้า : ถังซักด้านในอาจมีตะกรันซ่อนอยู่ตามซอกหลืบต่าง ๆ และมีผลให้ผ้ามีกลิ่นอับได้
คราบตะกรันส่งผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพ?
หากปล่อยปละละเลย ผลกระทบที่ตามมามีทั้งผลเสียต่อในด้านอุปกรณ์และอาจลุกลามไปถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพ ผลเสียที่อาจพบได้ เช่น
● เปลืองไฟ : อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความร้อน ทำให้เปลืองไฟและทำให้อุปกรณ์ชำรุดก่อนเวลาอันควรได้
● เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย : พื้นผิวบนคราบตะกรันเป็นจุดที่สิ่งสกปรกและเชื้อโรคสามารถสะสมได้ง่ายขึ้น
● ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร : แม้แร่ธาตุจะไม่ได้เป็นพิษโดยตรง แต่คราบตะกรันน้ำอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้
วิธีจำกัดคราบตะกรันทำได้อย่างไร?
เมื่อเกิดคราบฝังแน่นแล้ว การทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่ามักไม่ได้ผล วิธีล้างคราบตะกรันสามารถทำได้ ดังนี้
● น้ำส้มสายชูผสมน้ำ : ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 นำไปต้มในกาต้มน้ำหรือแช่ชิ้นส่วนที่มีตะกรันทิ้งไว้ 15-30 นาที ความเป็นกรดจะช่วยล้างคราบตะกรันให้หลุดลอกออกได้
● เบกกิ้งโซดาและมะนาว : ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำมะนาว จากนั้นนำไปขัดบริเวณก๊อกน้ำหรือจุดที่มีตะกรัน จะเป็นการขจัดคราบตะกรัน หินปูนได้โดยไม่ทำลายผิว
● ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทาง : คราบที่ฝังลึกต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ออกแบบมาเพื่อล้างตะกรันโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรก
วิธีป้องกันคราบตะกรัน

การป้องกันไม่ให้เกิดคราบสะสมย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาในภายหลัง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยลดการเกิดตะกรันได้ วิธีป้องกันคราบตะกรันมีดังนี้
● เช็ดทำความสะอาดทันที : หลังการใช้งานห้องน้ำหรือซิงค์ล้างจาน ควรเช็ดคราบน้ำให้แห้งสนิท
● เทน้ำทิ้งหลังใช้งาน : เมื่อใช้อุปกรณ์ทำความร้อนเสร็จแล้ว ไม่ควรแช่น้ำทิ้งไว้
● ติดตั้งระบบกรองน้ำ : การใช้เครื่องกรองน้ำมีส่วนช่วยลดความกระด้าง ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตะกรัน
ตะกรันในเครื่องกรองน้ำแก้ยังไง?
ชิ้นส่วนที่ถอดได้ให้แช่ในน้ำส้มสายชูผสมน้ำ (1:1) และหมั่นเปลี่ยนสารกรองเรซิ่นทุก 6-12 เดือน
น้ำส้มสายชูกำจัดตะกรันได้ไหม?
ได้ เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ สามารถทำปฏิกิริยากับแคลเซียมคาร์บอเนต และทำให้ตะกรันหลุดออกได้
บอกลาปัญหาตะกรันด้วยบริการจาก LG Subscribe
ปัญหาตะกรันเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก และหากปล่อยไว้จะยิ่งทำลายอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ หากคุณอยากใช้น้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น อย่างบริการเครื่องกรองน้ำรายเดือนจาก LG Subscribe ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างง่ายดายมากกว่าเดิม
บริการเครื่องใช้ไฟฟ้ารายเดือนนี้สามารถเลือกชำระเป็นรายเดือน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้จ่าย และตลอดอายุสัญญาจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองให้ตามรอบการใช้งาน ช่วยลดปัญหาคราบตะกรันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้น้ำที่สะอาด และส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
