We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำ?การเปลี่ยนไส้กรองน้ำไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลายบ้านอาจละเลยจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เครื่องกรองน้ำที่ใช้งานมานานโดยไม่เคยเปลี่ยนไส้กรองเลย อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก แบคทีเรีย และสารปนเปื้อนที่ปนมากับน้ำที่คุณดื่มทุกวัน
บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนไส้กรองน้ำ ตั้งแต่สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้ว วิธีการเปลี่ยนด้วยตัวเองทีละขั้นตอน ไปจนถึงตัวเลือกบริการที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น
Key Takeaway
● การเปลี่ยนไส้เครื่องกรองน้ำ ช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์
● ควรเช็กสัญญาณเตือนเสมอว่า ไส้กรองน้ำควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ เช่น น้ำไหลช้าลง หรือรสชาติเปลี่ยนไป
● การเรียนรู้วิธีเปลี่ยนไส้กรองช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้ดูแลเครื่องกรองน้ำได้สม่ำเสมอ
หากต้องการความสะดวกสบาย บริการเครื่องกรองน้ำรายเดือนคือคำตอบที่ช่วยตัดปัญหาเรื่องการลืมเปลี่ยนไส้กรอง
ทำไมถึงควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำ?
การดูแลรักษาเครื่องกรองน้ำด้วยการเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิต ดังนี้
● เพื่อรักษามาตรฐานความสะอาด: ไส้กรองน้ำที่ผ่านการใช้งานมานานจะมีการสะสมของตะกอนและสิ่งสกปรก ทำให้กรองน้ำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
● ป้องกันกลิ่นและรสชาติที่ผิดปกติ: ไส้กรองคาร์บอนที่หมดอายุจะไม่สามารถดูดซับคลอรีนหรือกลิ่นได้อีกต่อไป
● ยืดอายุการใช้งานเครื่อง: การเปลี่ยนไส้กรองเครื่องกรองน้ำ ช่วยไม่ให้ปั๊มหรือระบบภายในทำงานหนักเกินไปจากการอุดตัน
● ลดปัญหาการเกิดคราบ: โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำกระด้าง[1] การเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดจะช่วยลดการเกิดตะกรัน[2] ในตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี
เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำ?

หลายคนมักสงสัยว่า ไส้กรองน้ำควรเปลี่ยนเมื่อไหร่? จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับประเภทของไส้กรองและคุณภาพน้ำในแต่ละพื้นที่
● ไส้กรองหยาบ (Sediment/PP): ควรเปลี่ยนทุก 3-6 เดือน เนื่องจากเป็นด่านแรกที่ดักจับตะกอน
● ไส้กรองคาร์บอน (Carbon): อายุการใช้งานประมาณ 6-12 เดือน เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นและคลอรีน
● ไส้กรองเรซิน (Resin): ควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน เพื่อช่วยลดความกระด้างของน้ำ
● ไส้กรองเมมเบรน (Membrane): สำหรับระบบ RO มักมีอายุการใช้งาน 12-24 เดือน
หากคุณไม่มีเวลาตรวจสอบ แนะนำให้เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ารายเดือนจากแบรนด์ชั้นนำที่จะมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลเรื่องนี้ให้ถึงที่บ้าน
หากไม่เปลี่ยนไส้กรองน้ำอาจส่งผลกระทบอะไรได้บ้าง?
การที่เครื่องกรองน้ำไม่เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด อาจส่งผลเสียในระยะยาว ดังนี้
● การปนเปื้อนของแบคทีเรีย: ไส้กรองที่ค้างไว้นานเกินไปอาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคเสียเอง
● น้ำมีรสชาติเฝื่อนหรือมีกลิ่น: สารเคมีที่หลุดรอดมาอาจทำให้น้ำดื่มไม่ปลอดภัย
● น้ำไหลช้าลงจนน่ารำคาญ: แรงดันน้ำที่ลดลงส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งาน
● ค่าใช้จ่ายบานปลาย: หากปล่อยไว้อาจต้องเปลี่ยนเครื่องกรองน้ำใหม่ทั้งเครื่อง แทนที่จะจ่ายเพียงแค่เปลี่ยนไส้กรองน้ำราคาเริ่มต้นหลักร้อย
เปลี่ยนไส้กรองน้ำด้วยตัวเอง พร้อมขั้นตอนที่ทำตามได้ง่าย ๆ

วิธีการเปลี่ยนไส้เครื่องกรองน้ำด้วยตัวเองนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล เพียงทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ก็เสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่นาที โดยขั้นตอนอาจแตกต่างกันไปบ้างตามรุ่นและยี่ห้อของเครื่องกรองน้ำ ฉะนั้นควรอ่านคู่มือประกอบร่วมด้วย
1. เตรียมอุปกรณ์และไส้กรองใหม่
ก่อนเริ่มการเปลี่ยนไส้กรองเครื่องกรองน้ำ ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้ให้พร้อม
● ไส้กรองน้ำรุ่นที่ตรงกับเครื่องของคุณ (ตรวจสอบจากคู่มือหรือฉลากที่เครื่อง)
● ประแจสำหรับขันกระบอกกรอง (บางรุ่นมีให้มาในกล่อง)
● ผ้าหรือกระดาษทิชชูสำหรับซับน้ำ
● ถังหรือภาชนะรองรับน้ำที่อาจไหลออกมาเมื่อถอดไส้กรอง
2. ปิดวาล์วน้ำและปล่อยแรงดันออก
ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อป้องกันน้ำไหลออกมาระหว่างการเปลี่ยนไส้กรอง
● ปิดวาล์วน้ำเข้า ที่ต่ออยู่กับเครื่องกรองน้ำให้สนิท
● เปิดก๊อกน้ำหรือกดปุ่มจ่ายน้ำเพื่อระบายน้ำและแรงดันที่ค้างอยู่ในระบบออก
● รอจนน้ำหยุดไหลสนิท
3. ถอดกระบอกกรองและนำไส้กรองเก่าออก
● หมุนกระบอกกรองทวนเข็มนาฬิกา หรือใช้ประแจที่เตรียมไว้ช่วย
● นำไส้กรองเก่าออกมาแล้ววางลงในถุงหรือถังทิ้ง
● ล้างทำความสะอาดภายในกระบอกกรองด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน ซับให้แห้ง
4. ใส่ไส้กรองน้ำใหม่และประกอบกลับ
● นำไส้กรองใหม่ออกจากบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบทิศทางการใส่ให้ถูกต้อง (ส่วนใหญ่จะมีลูกศรหรือสัญลักษณ์บอก)
● วางไส้กรองลงในกระบอกกรองให้แน่น
● หมุนกระบอกกรองกลับเข้าที่ตามเข็มนาฬิกา ขันให้แน่นแต่ไม่ต้องออกแรงมากเกินไป
5. เปิดวาล์วน้ำและล้างระบบ
● เปิดวาล์วน้ำเข้าช้า ๆ และตรวจสอบว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่ ถ้ามีให้ขันกระบอกกรองให้แน่นขึ้น
● เปิดให้น้ำไหลผ่านไส้กรองใหม่ประมาณ 3–5 นาที เพื่อล้างผงถ่านหรือสิ่งตกค้างจากไส้กรองใหม่ออกก่อน
● บันทึกวันที่เปลี่ยนไว้ที่กระบอกกรองหรือในปฏิทิน เพื่อจะได้รู้ว่าควรเปลี่ยนครั้งต่อไปเมื่อไหร่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนไส้กรองน้ำ
1. ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานไส้กรองน้ำมีอะไรบ้าง?
คุณภาพน้ำดิบ น้ำประปา หรือน้ำบาดาล และปริมาณการใช้น้ำในแต่ละวันเป็นปัจจัยหลัก หากน้ำดิบมีตะกอนมาก จะทำให้อายุไส้กรองน้ำสั้นลงกว่าปกติ
2. วิธีเปลี่ยนไส้เครื่องกรองน้ำ มีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
จุดที่สำคัญที่สุดคือการจัดตำแหน่งไส้กรองให้ตรงล็อก และการตรวจสอบซีลยางไม่ให้ปลิ้น เพราะหากติดตั้งผิดพลาดอาจทำให้วิธีเปลี่ยนไส้เครื่องกรองน้ำล้มเหลวและเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมตามมา
เปลี่ยนไส้กรองน้ำให้ง่ายกว่าที่เคยกับบริการ LG Subscribe
จะดีกว่าไหม? หากคุณไม่ต้องคอยจำว่าไส้กรองน้ำควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ หรือต้องลำบากหาวิธีเปลี่ยนไส้เครื่องกรองน้ำด้วยตัวเอง บริการ LG Subscribe คือนวัตกรรมใหม่ของ เครื่องใช้ไฟฟ้ารายเดือน ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ให้คุณแบบครบวงจร
ด้วยรูปแบบการชำระเงินรายเดือนที่สบายกระเป๋า คุณจะได้รับเครื่องกรองน้ำรายเดือนมีมาตรฐานไปใช้งาน พร้อมบริการดูแลรักษาและการเปลี่ยนไส้กรองเครื่องกรองน้ำโดยทีมงานมืออาชีพตามกำหนดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและมั่นใจในความสะอาดได้ 100% โดยไม่ต้องแบกรับค่าเปลี่ยนไส้กรองน้ำราคาสูงในอนาคต
บถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
