We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
จะเลือกซื้อทีวีสักเครื่อง แค่ดูว่าสวยหรือราคาถูกอาจไม่พอ เพราะทีวีแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยีจอภาพ ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึงขนาดทีวีที่ต้องเหมาะกับพื้นที่ใช้งานจริง การรู้เทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ตัดสินใจได้มากขึ้น ไม่ต้องลองผิดลองถูก และได้ทีวีที่คุ้มค่าที่สุดในงบที่มี บทความนี้รวบรวมเทคนิคการเลือกซื้อทีวีแบบครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ปัจจัยพื้นฐาน ไปจนถึงรายละเอียดที่หลายคนมักมองข้าม
KEY TAKEAWAY
● เทคนิคการเลือกซื้อทีวี เริ่มจากเข้าใจประเภททีวี เช่น Smart TV และ Digital TV เพื่อให้เลือกซื้อทีวีได้ตรงกับการใช้งานและไลฟ์สไตล์มากขึ้น
● การเลือกจอโทรทัศน์และเทคโนโลยีภาพ เช่น LED, QLED หรือ OLED เป็นเทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่ส่งผลต่อคุณภาพของภาพโดยตรง
● ควรเลือกขนาดทีวีให้เหมาะกับพื้นที่และระยะการรับชม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่ช่วยให้ดูสบายตา และได้ภาพเต็มประสิทธิภาพ
● ระบบปฏิบัติการ ฟีเจอร์ และพอร์ตเชื่อมต่อ เป็นส่วนสำคัญของเทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่ช่วยให้ใช้งานได้หลากหลาย และการรองรับอุปกรณ์ในอนาคต
● การพิจารณางบประมาณ การรับประกัน และบริการหลังการขาย คือ เทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่ช่วยให้เลือกซื้อทีวีได้คุ้มค่า และใช้งานได้ในระยะยาว
รู้ก่อนเลือก! Smart TV และ Digital TV ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะไปดูเทคนิคการเลือกซื้อทีวี สิ่งแรกที่ต้องรู้คือทีวีในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Smart TV และ Digital TV ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
Smart TV
● เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทั้ง Wi-Fi และสาย LAN
● มีระบบปฏิบัติการในตัว เช่น webOS ทำให้เปิดแอปสตรีมมิ่งอย่าง Netflix หรือ YouTube ได้โดยตรง
● รองรับการค้นหาด้วยเสียง (Voice Search) และเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ตโฮมได้
● เหมาะกับคนที่ต้องการฟังก์ชันครบ ใช้งานได้หลากหลายกว่า
Digital TV
● รับสัญญาณภาพและเสียงในระบบดิจิทัลผ่านเสาอากาศหรือกล่องรับสัญญาณ
● ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในตัว ดูได้เฉพาะช่องโทรทัศน์ตามปกติ
● ราคาเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการดูทีวีแบบพื้นฐาน
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างทีวีทั้ง 2 ประเภทคือเทคนิคการเลือกซื้อทีวีขั้นพื้นฐานที่ช่วยให้ประหยัดงบประมาณ และได้ฟังก์ชันที่ตรงกับการใช้งานจริง หากต้องการเพียงแค่ใช้ดูข่าวหรือละครทั่วไป Digital TV ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการโลกแห่งความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัด การเลือกซื้อทีวีที่เป็นแบบ Smart TV คือคำตอบที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้ดีที่สุด
10 เทคนิคการเลือกซื้อทีวีให้คุ้ม ครบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
การตัดสินใจเลือกซื้อทีวีสักเครื่องไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการพิจารณาสเปกให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ความบันเทิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทุกวัน โดย 10 เทคนิคการเลือกซื้อทีวี มีดังนี้
1. จุดประสงค์ของการใช้งาน
เทคนิคการเลือกซื้อทีวีข้อแรกที่ต้องถามตัวเองก่อนเลยคือ ซื้อไปเพื่ออะไร ถ้าชอบดูหนังหรือซีรีส์ ควรเน้นทีวีที่ให้ภาพสีสดและระบบเสียงดี ถ้าใช้เล่นเกม ต้องดูที่ค่า Refresh Rate และ Input Lag ถ้าต้องการดูช่องทีวีทั่วไปในครอบครัวก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง การรู้จุดประสงค์ชัดเจนตั้งแต่ต้น ช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่จำเป็นออกได้เยอะมาก
2. เทคโนโลยีจอภาพ
จอโทรทัศน์ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายแบบที่ให้ผลลัพธ์ต่างกัน เช่น OLED ที่ให้สีดำลึกและความคมชัดสูง, QLED ที่ให้ความสว่างและสีสันจัดจ้าน และ NanoCell ที่ให้สีกว้างและมุมมองภาพดี การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละเทคโนโลยีเป็นเทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่ช่วยให้ได้ภาพที่ใช่สำหรับการใช้งานของแต่ละคน
3. ขนาดหน้าจอทีวี
ขนาดทีวีที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากพื้นที่ห้อง และระยะห่างจากจุดนั่งชม โดยทั่วไปขนาดทีวี 32-43 นิ้วเหมาะกับห้องนอนหรือพื้นที่ขนาดเล็ก 50-65 นิ้วเหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไป และ 75 นิ้วขึ้นไปเหมาะกับห้องขนาดใหญ่ที่มีระยะดูมากกว่า 3 เมตรขึ้นไป การเลือกขนาดทีวีให้พอดีกับพื้นที่จะช่วยให้รับชมได้สบายตา และทำให้ห้องมีสัดส่วนสวยงาม
4. ความละเอียดภาพ
ความละเอียดของจอโทรทัศน์ส่งผลโดยตรงต่อความคมชัดของภาพที่เห็น โดยปัจจุบันมีตั้งแต่ HD (1366x768), Full HD (1920x1080) ไปจนถึง 4K UHD (3840x2160) ยิ่งจอโทรทัศน์มีขนาดใหญ่ ยิ่งควรเลือก Resolution สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะถ้าจอใหญ่แต่ความละเอียดต่ำ ภาพจะดูหยาบและแตกเม็ดได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลานั่งใกล้จอ
5. ระบบปฏิบัติการ Smart TV
ระบบปฏิบัติการของ Smart TV คือหัวใจของการใช้งานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปสตรีมมิ่ง การค้นหาด้วยเสียง หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ควรเลือกระบบที่ใช้งานง่าย อัปเดตสม่ำเสมอ และรองรับแอปที่ใช้ประจำ การเลือกระบบปฏิบัติการเป็นเทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่หลายคนมักมองข้าม แต่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานระยะยาวมาก
6. พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์
เทคนิคการเลือกซื้อทีวีที่หลายคนมักลืมดูคือ จำนวน และประเภทของพอร์ตเชื่อมต่อ ควรตรวจสอบว่ามี HDMI กี่พอร์ต USB กี่ช่อง รองรับ ARC หรือ eARC สำหรับต่อ Soundbar หรือไม่ รวมถึง Bluetooth และ Wi-Fi ที่ใช้เป็นรุ่นใหม่หรือเปล่า เพราะพอร์ตที่ครบและทันสมัยจะช่วยให้ต่ออุปกรณ์เสริมได้ครบโดยไม่ต้องซื้อตัวแปลงเพิ่ม
7. ดีไซน์ของทีวีที่ทันสมัย
ดีไซน์ของทีวีส่งผลต่อบรรยากาศโดยรวมของห้องไม่น้อย โดยทีวีที่ขอบบางเฉียบและ Bezel-less จะดูโล่งและทันสมัยกว่า นอกจากนี้ควรดูด้วยว่ารองรับการแขวนผนังหรือไม่ เพราะการติดตั้งแบบแขวนผนังจะช่วยประหยัดพื้นที่และทำให้ห้องดูเรียบร้อย
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วิธีติดตั้งทีวีติดผนัง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนติดตั้งจริง
8. งบประมาณ
การตั้งงบประมาณก่อนเลือกซื้อทีวีช่วยให้โฟกัสกับตัวเลือกที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น นอกจากราคาซื้อแล้ว ควรคำนึงถึงค่าไฟในระยะยาวด้วย โดยการเลือกทีวีที่มีฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างเห็นได้ชัด เพราะทีวีที่ใช้บ่อยทุกวันก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้านได้เช่นกัน
9. การรับประกันสินค้า
การรับประกันสินค้าเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนเลือกซื้อทีวี ควรดูว่าครอบคลุมกี่ปี ครอบคลุมส่วนไหนบ้าง เช่น แผงจอ อุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน หรือแค่ชิ้นส่วนบางส่วน รวมถึงเงื่อนไขการเคลมที่ชัดเจน การรับประกันที่ดีช่วยสร้างความมั่นใจ และลดความเสี่ยงกรณีที่ทีวีเกิดปัญหาในช่วงแรกของการใช้งาน
10. บริการหลังการขาย
เทคนิคการเลือกซื้อทีวีข้อสุดท้ายที่ไม่ควรมองข้ามคือบริการหลังการขาย ควรเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการครอบคลุม ติดต่อง่าย มีช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการ และมีอะไหล่รองรับในระยะยาว เพราะถ้าทีวีเกิดปัญหาขึ้นมา การได้รับการดูแลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
เลือกซื้อทีวีกับ LG เทคโนโลยีทันสมัย เปิดโลกแห่งการรับชมที่ดีกว่าเดิม
สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อทีวีและอยากได้ทั้งคุณภาพภาพ เสียง และความสะดวกในการใช้งานครบในเครื่องเดียว LG คือหนึ่งในแบรนด์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งจอภาพ ระบบเสียง และดีไซน์ที่ลงตัว
● เทคโนโลยีจอภาพ
○ LG OLED ทุก Pixel เปล่งแสงได้เอง ให้สีดำสนิทในระดับ Pixel-level Dimming ภาพคมชัด Contrast สูง และสีสันสมจริงที่สุดในระดับพรีเมียม
○ LG QNED ผสานเทคโนโลยี Quantum Dot และ NanoCell ให้สีบริสุทธิ์ คมชัด ความสว่างสูง พร้อม AI ที่ช่วยปรับภาพแบบ Real-time
○ ทีวีนาโน (LG NanoCell) ใช้อนุภาค Nano ขนาด 1 นาโนเมตรกรองสีที่ไม่บริสุทธิ์ออก ให้สีแม่นยำ มุมมองภาพกว้างขึ้น และราคาเข้าถึงง่ายกว่า
● webOS ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ
○ สร้างโปรไฟล์ส่วนตัวได้หลายโปรไฟล์ในเครื่องเดียว พร้อม AI แนะนำคอนเทนต์ที่เหมาะกับแต่ละคน
○ รองรับแอปสตรีมมิ่งครบ ทั้ง Netflix, YouTube, Disney+, Prime Video และ Apple TV
○ สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และ Alexa ได้อย่างสะดวกสบาย
นอกจากทีวีแล้ว LG ยังมีจอสัมผัส Smart Monitor Swing ที่ใช้ระบบ webOS เดียวกัน สำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น
● ระบบเสียงสมจริง
○ Dolby Atmos ให้เสียงรอบทิศทางแบบ 3D Sound มีมิติและสมจริงทุกฉาก
○ AI Sound Pro วิเคราะห์คอนเทนต์ที่กำลังรับชมและปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องตั้งค่าเอง
● ดีไซน์ทีวีที่บางเฉียบ
○ ดีไซน์บางเฉียบไร้ขอบ (Bezel-less) กลมกลืนกับทุกสไตล์การตกแต่งห้อง
○ มีขนาดหน้าจอให้เลือกตั้งแต่ 42 นิ้ว ไปจนถึง 100 นิ้ว ครอบคลุมทุกพื้นที่ใช้งาน
○ รองรับการแขวนผนังแบบ Zero Gap และมีตัวเลือกแบบไร้สาย Zero Connect Box สำหรับคนที่ต้องการมุมดูทีวีที่เรียบร้อย ไร้สายพัน
เลือกซื้อทีวีกับ LG เทคโนโลยีทันสมัย เปิดโลกแห่งการรับชมที่ดีกว่าเดิม
ก่อนเลือกซื้อทีวี จอทีวีมีกี่ประเภท?
ปัจจุบันจอโทรทัศน์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ LED จอมาตรฐานราคาเข้าถึงง่าย ประหยัดไฟ เหมาะกับการใช้งานทั่วไป, QLED ที่ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ให้สีสดสว่างและแม่นยำกว่า LED และ OLED ที่แต่ละ Pixel เปล่งแสงได้เอง ให้สีดำสนิทและ Contrast สูงที่สุด เหมาะกับคนที่เน้นคุณภาพภาพระดับพรีเมียม
ทีวี QLED กับ 4K ต่างกันยังไง?
4K เป็นมาตรฐานความละเอียดของภาพที่ให้ความคมชัดสูงกว่าปกติถึง 4 เท่า ส่วน QLED คือเทคโนโลยีของแผงหน้าจอที่ช่วยเพิ่มระดับความสว่างและคุณภาพสีให้สวยงามยิ่งขึ้น การเลือกซื้อทีวีคุณภาพดีในปัจจุบันจึงมักรวมทั้งสองเทคโนโลยีนี้ไว้ด้วยกัน เพื่อให้การรับชมสมบูรณ์แบบที่สุด
เทคนิคการเลือกซื้อทีวี ดูยังไงว่าเป็น Smart TV?
เทคนิคการเลือกซื้อทีวีให้รู้ว่าเป็น Smart TV หรือไม่ ให้สังเกตจาก 3 จุด คือ มีระบบปฏิบัติการในตัวอย่าง webOS ที่ช่วยให้เข้าถึงแอปและคอนเทนต์ได้ทันที, เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือสาย LAN ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม และรีโมทมีปุ่มลัดสำหรับแอปสตรีมมิ่งอย่าง Netflix หรือ YouTube
เทคนิคการเลือกซื้อทีวีให้ได้คุณภาพ เลือกซื้อได้ที่ LG
การเลือกซื้อทีวีที่เหมาะสมช่วยเปลี่ยนการรับชมทั่วไปให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ หากนำเทคนิคการเลือกซื้อทีวีไปใช้พิจารณาคุณสมบัติตั้งแต่ความคมชัด ระบบเสียง ไปจนถึงขนาดทีวีที่ลงตัวกับพื้นที่จะช่วยให้ได้เครื่องที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งทีวี LG พร้อมเป็นคำตอบด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและฟีเจอร์อัจฉริยะที่ยกระดับไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ของทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พิเศษยิ่งขึ้น! เพียงสมัครสมาชิก LG Member เพื่อรับสิทธิประโยชน์เหนือระดับ
● รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)
● ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)
● LG บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care Plus+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ
ติดต่อ LG
● โทรศัพท์ : 02 057 5757
● ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
● Line : @lgthailand
● อีเมล : supportlgeth@lge.com


