We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
“น้ำ” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต การเลือกบริโภคน้ำที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน จึงมีผลต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง ด้วยเหตุนี้จึงอาจมีหลายคนที่สงสัยว่าน้ําประปากินได้ไหม เพราะหากสังเกตด้วยตาเปล่าก็ดูใสสะอาดเหมือนน้ำดื่มทั่วไป แต่ในความจริงแล้วยังมีสิ่งที่ต้องใส่ใจมากกว่านั้น
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงคุณภาพของน้ำประปา พร้อมแนวทางการจัดการระบบน้ำภายในบ้านอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้น้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ และเหมาะกับการดื่มเพื่อการดำรงชีวิต
Key Takeaway
● น้ำประปาจากโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานมีความปลอดภัย แต่อาจเกิดการปนเปื้อนระหว่างการลำเลียงผ่านระบบท่อที่เก่าหรือชำรุดได้
● สารปนเปื้อนที่มักพบในน้ำประปา เช่น คลอรีน โลหะหนัก หรือแบคทีเรีย เป็นต้น
● การทำความร้อนและการกรอง ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภคได้มากขึ้น
น้ําประปากินได้ไหม? เจาะลึกคุณภาพน้ำก๊อก
น้ำประปาที่ออกจากโรงงาน จะมีขั้นตอนการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานการผลิต เพื่อให้เป็นน้ำประปาดื่มได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่แท้จริงมักเกิดขึ้นระหว่างการลำเลียงน้ำเพื่อส่งไปยังบ้านเรือนหรือสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งระหว่างทางอาจต้องเจอกับปัญหาท่อประปาขึ้นสนิม หรือถังพักน้ำใต้ดินที่ขาดการล้างทำความสะอาด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนได้ทั้งสิ้น
ดังนั้น เมื่อถามว่าน้ําประปากินได้ไหม จึงต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและคุณภาพของระบบท่อส่งน้ำภายในอาคารแต่ละแห่ง ซึ่งจะปลอดภัยกว่าหากมีการใช้เครื่องกรองน้ำรายเดือนที่ช่วยปรับคุณภาพน้ำให้อยู่ในมาตรฐานที่เหมาะสมต่อการบริโภค และสามารถแบ่งเบาภาระทางการเงินได้ด้วย
กินน้ําประปาอันตรายไหม? รวมสิ่งที่จำเป็นต้องสังเกตก่อนดื่ม

อย่างที่บอกไปแล้วว่า อันตรายจากการบริโภคน้ำประปามาจากสิ่งสกปรกที่สะสมตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้น้ำมีเชื้อแบคทีเรียและสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน นอกจากนี้ ในบางพื้นที่อาจพบปัญหาน้ำกระด้าง เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่มีปริมาณแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและแมกนีเซียมปะปนอยู่สูง แม้แร่ธาตุเหล่านี้จะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายในทันที แต่ก็ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด
หากนำน้ำที่มีสิ่งเจือปนไปใช้งานโดยไม่ผ่านระบบกรอง มักจะเกิดตะกรัน เกาะตามก้นภาชนะของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ง่าย ทำให้เสื่อมสภาพเร็ว กินไฟ และยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับสารปนเปื้อน จนอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวได้
สารปนเปื้อนในน้ำประปา มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง?
การตรวจสอบสิ่งเจือปนจะช่วยประเมินคุณภาพของน้ำได้ สารปนเปื้อนที่ต้องระวังและอาจพบในระบบน้ำทั่วไป มีดังนี้
● คลอรีน : สารตัวนี้ถูกใช้ในกระบวนการฆ่าเชื้อโรคในระบบการผลิตน้ำประปา แม้ว่าจะปลอดภัย แต่ต้องมีปริมาณไม่เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้
● โลหะหนัก : เช่น ตะกั่ว ทองแดง หรือเหล็ก มักปนเปื้อนเนื่องจากการชำรุดของท่อประปา
● จุลินทรีย์ : มักปนเปื้อนตามรอยรั่ว หรือถังพักน้ำที่ปิดฝาไม่สนิท
● ฝุ่นผงและตะกอน : เศษดินทรายอาจปนมากับแหล่งน้ำดิบ หรือเกิดจากการซ่อมแซมท่อประปาในบริเวณใกล้เคียง
กินน้ําประปาอันตรายไหม มีวิธีไหนบ้างที่ทำให้น้ำสะอาดยิ่งขึ้น?

หากยังกังวลว่าน้ําประปากินได้ไหม ความจริงแล้วมีหลากหลายวิธีที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการอุปโภคบริโภค แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนี้
1. การต้มน้ำให้เดือดจัด
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าน้ําประปาเอามาต้มกินได้ไหม ต้องบอกว่าการต้มน้ำด้วยความร้อนสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ น้ำต้มสุกจึงมีความปลอดภัยในด้านของการปลอดเชื้อจุลินทรีย์ แต่ก็ยังมีข้อเสีย เพราะความร้อนไม่สามารถกำจัดโลหะหนักหรือกรองสิ่งสกปรกออกไปได้
2. การพักน้ำเพื่อลดกลิ่นคลอรีน
บ้านไหนที่รู้สึกว่าน้ำประปามีกลิ่นคลอรีนค่อนข้างแรง สามารถรองน้ำใส่ภาชนะที่สะอาดแล้วตั้งทิ้งไว้ในที่โล่ง การพักน้ำเช่นนี้จะทำให้คลอรีนค่อย ๆ ระเหยไปเองตามธรรมชาติ เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ข้อเสียคือใช้เวลานาน และมีความเสี่ยงที่ฝุ่นละอองจะตกลงไปในน้ำได้
3. การติดตั้งเครื่องกรองน้ำ
การติดตั้งระบบกรองน้ำที่ได้มาตรฐานสามารถดักจับตะกอน โลหะหนัก กลิ่นคลอรีน และเชื้อโรคได้ ทำให้ได้น้ำสะอาดที่เหมาะสมกับการบริโภค แต่ก็จำเป็นต้องดูแลรักษาและเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ได้น้ำกรองที่สะอาดอยู่เสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดื่มน้ําประปา
1. น้ำประปามีคลอรีนเยอะไหม?
ปริมาณคลอรีนในน้ำประปาอยู่ที่ 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งถือว่าปลอดภัยต่อร่างกาย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
2. น้ําประปาต้มแล้วกินได้ไหม?
ได้ แต่ในกรณีที่น้ำมีสีขุ่นหรือมีตะกอนปนเปื้อน การต้มไม่สามารถช่วยลดสารเคมีได้ และควรนำน้ำไปผ่านระบบการกรองก่อนนำมาต้มเสมอ
3. น้ำที่ผ่านการต้มแล้วเก็บไว้ได้นานแค่ไหน?
น้ำต้มสุกควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด และควรบริโภคให้หมดภายใน 24-48 ชั่วโมง
ไม่ต้องกังวลว่าน้ําประปากินได้ไหม ใคร ๆ ก็ดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยบริการจาก LG Subscribe
ถ้าคุณยังกังวลอยู่ว่า น้ําประปากินได้ไหม จำเป็นต้องประเมินทั้งสภาพแวดล้อมของระบบท่อและสุขอนามัยภายในที่พักอาศัย อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณติดตั้งระบบกรองน้ำที่มีมาตรฐาน เพราะจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า น้ำที่ดื่มจะสะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภคได้จริง
คุณสามารถเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ารายเดือน ในกลุ่มของเครื่องกรองน้ำจาก LG Subscribe เพื่อปรับคุณภาพน้ำให้สะอาด ใส และปลอดภัยต่อทุกคนในบ้านได้ บริการนี้ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ไม่ต้องการต้องลงทุนก้อนใหญ่ แต่อยากได้เครื่องกรองน้ำที่มาพร้อมเทคโนโลยีการกรองระดับสูง และมีบริการเปลี่ยนไส้กรองให้ถึงบ้านตลอดอายุสัญญา ช่วยให้การบริโภคน้ำสะอาดเป็นเรื่องง่าย และยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
