We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
ด้วยสภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนเกือบตลอดทั้งปี ทำให้เราต้องพึ่งพาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความเย็นแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแอร์ ตู้เย็น หรือเครื่องทำน้ำแข็งต่างล้วนทำงานด้วยระบบทำความเย็นทั้งสิ้น การทำความเข้าใจว่าระบบทำความเย็นทำงานอย่างไร จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและดูแลรักษาอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น ซึ่งบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบทำความเย็นไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ประเภทไปจนถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
Key Takeaway
● ระบบทำความเย็นคือกระบวนการดึงความร้อนออกจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง โดยอาศัยตัวกลางหรือสารทำความเย็น
● ระบบทำความเย็นมีหลายประเภท ตั้งแต่ระบบอัดไอ ระบบดูดซึม ไปจนถึงระบบสตีมเจ็ต แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน
● ระบบทำความเย็นใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องปรับอากาศในบ้าน ไปจนถึงอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์
ระบบทำความเย็นคืออะไร?
ระบบทำความเย็น (Refrigeration System) คือ กระบวนการถ่ายเทความร้อนออกจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง เพื่อลดอุณหภูมิในบริเวณที่ต้องการ โดยอาศัย “สารทำความเย็น” (Refrigerant) เป็นตัวกลางในการรับและถ่ายเทความร้อน
หลักการทำงานของระบบทำความเย็นจะอาศัยการเปลี่ยนสถานะของสารทำความเย็นระหว่างของเหลวและก๊าซ เมื่อสารทำความเย็นระเหย จะดูดซับความร้อนจากบริเวณรอบข้างทำให้อุณหภูมิลดลง จากนั้นจะถูกบีบอัดและระบายความร้อนออกสู่ภายนอกในรูปของเหลวอีกครั้ง ซึ่งวงจรเครื่องทำความเย็นนี้จะทำงานต่อเนื่องตลอดเวลาที่เปิดใช้งาน
ประเภทของระบบทำความเย็นมีอะไรบ้าง?

ระบบการทำความเย็นในปัจจุบันนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทจะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งในระดับครัวเรือน อาคาร และอุตสาหกรรมดังนี้
1. ระบบคอมเพรสเซอร์อัดไอ (Vapor Compression System)
เป็นระบบเครื่องทำความเย็นที่พบมากที่สุดในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นระบบทําความเย็นของแอร์ที่เราใช้กันในบ้าน โดยหลักการทำความเย็นของระบบนี้จะใช้คอมเพรสเซอร์บีบอัดสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น ก่อนระบายความร้อนออกผ่านคอนเดนเซอร์ หลังจากนั้นสารทำความเย็นจะผ่าน Expansion Valve ซึ่งคือชิ้นส่วนที่ช่วยลดแรงดันและอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วเพื่อไปดูดซับความร้อนที่คอยล์เย็น
2. ระบบแอบซอร์ปชันหรือแบบดูดซึม (Absorption Chilelr)
ระบบทำความเย็นแบบดูดซึมจะใช้ความร้อนเป็นแหล่งพลังงานแทนคอมเพรสเซอร์ โดยอาศัยสารดูดซึมอย่าง ลิเทียมโบรไมด์หรือแอมโมเนีย ในการดูดซับไอของสารทำความเย็น หรือบางทีอาจเรียกว่าระบบทําความเย็นแอมโมเนีย จะเหมาะสำหรับโรงงานที่มีพลังงานความร้อนเหลือจากกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างมาก
3. ระบบการทำความเย็นโดยการทำให้สารทำความเย็นระเหย
ระบบทำความเย็นนี้อาศัยหลักการที่ว่าสารทำความเย็นบางชนิดอย่าง ไนโตรเจนเหลวหรือคาร์บอนไดออกไซต์เหลว เมื่อถูกปล่อยออกมาสู่บรรยากาศจะระเหยทันทีและดูดซับความร้อนจากสิ่งรอบข้างอย่างรวดเร็ว นิยมใช้ในการแช่แข็งอาหารเชิงพาณิชย์และในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
4. ระบบการทำความเย็นแบบใช้น้ำแข็ง
เป็นระบบทำความเย็นที่เราเห็นได้ทั่วไป คือใช้น้ำแข็งเป็นตัวกลางในการดูดซับความร้อน โดยอาศัยความร้อนแฝงของการหลอมเหลว เมื่อน้ำแข็งละลายจะดูดซับความร้อนจากสภาพแวดล้อม ระบบนี้ยังคงนิยมใช้ในการขนส่งปลาและอาหารทะเล รวมถึงงานจัดเลี้ยงที่ต้องการรักษาความเย็นในระยะเวลาสั้น ๆ
5. ระบบการทำความเย็นแบบใช้น้ำแข็งแห้ง
น้ำแข็งแห้งคือ คาร์บอนไดออกไซต์ในสถานะของแข็ง เมื่อระเหิดเป็นก๊าซจะดูดซับความร้อนและทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลง จึงเหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าที่ต้องการความเย็นจัด เช่น ยา วัคซีน หรืออาหารแช่แข็งพิเศษที่ไม่ต้องการให้มีน้ำเหลือจากการละลาย
6. ระบบการทำความเย็นแบบใช้การระเหยตัวของน้ำ (Evaporative Cooling)
Evaporative Cooling คือระบบทำความเย็นที่อาศัยหลักการที่ว่าเมื่อน้ำระเหยจะดูดซับความร้อนจากอากาศ ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลง เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นต่ำอย่างโรงงานหรืออาคารขนาดใหญ่ที่ต้องการลดอุณหภูมิในพื้นที่กว้าง ข้อดีคือประหยัดพลังงานกว่าเครื่องปรับอากาศแบบทั่วไปมาก
7. ระบบการทำความเย็นแบบใช้เทอร์โมอิเล็กทริก
ระบบทำความเย็นที่ใช้หลักการ Peltier Effect โดยเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านรอยต่อของโลหะสองชนิดจะเกิดการดูดซับและคายความร้อนขึ้น ระบบนี้ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว จึงเงียบและทนทาน นิยมใช้ในตู้เย็นพกพา อุปกรณ์ระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือทางการแพทย์ขนาดเล็กที่ต้องการความแม่นยำสูง
8. ระบบการทำความเย็นแบบสตีมเจ็ต (Steam Jet Refrigeration)
ระบบทำความเย็นที่ใช้ไอน้ำแรงดันสูงฉีดผ่านหัวฉีดเพื่อสร้างสุญญากาศ ทำให้น้ำในห้องระเหยที่อุณหภูมิต่ำและดูดซับความร้อน มักใช้ในอุตสาหกรรมที่มีไอน้ำเหลือจากกระบวนการผลิตอยู่แล้วเช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานกระดาษ และโรงงานเคมี ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานได้เป็นอย่างมาก
การใช้งานระบบทำความเย็น ครอบคลุมด้านไหนบ้าง?
ระบบทำความเย็นได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งมีแนวทางในการใช้งานดังนี้
1. ระบบปรับอากาศในอาคารและที่พักอาศัย
หลักการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ คือการดูดซับความร้อนจากภายในห้องและระบายออกสู่ภายนอก ทำให้อุณหภูมิในพื้นที่ที่ต้องการเย็นลง เป็นระบบปรับอากาศที่ใช้กันตามบ้าน อาคารสำนักงาน และสถานที่ทั่วไป
2. การเก็บรักษาอาหารและเครื่องดื่ม
ตู้เย็นและห้องเย็นส่วนใหญ่จะใช้ระบบเครื่องทำความเย็น เพื่อยืดอายุของสดและรักษาคุณภาพอาหาร โดยใช้กันทั่วไปตั้งแต่ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงงานแปรรูป ไปจนถึงตู้เย็นตามบ้าน
3. การขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain)
การทำความเย็นคือหัวใจสำคัญของระบบขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) ที่ใช้ขนส่งอาหารสด ยา และวัคซีนให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย โดยจะใช้กับรถบรรทุกห้องเย็นและตู้คอนเทนเนอร์แช่เย็นต่าง ๆ
4. อุตสาหกรรมการผลิต
โรงงานหลายประเภทต้องการระบบทำความเย็นในการควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต เช่น โรงงานน้ำแข็ง โรงงานเครื่องดื่ม ห้องเย็นขนาดใหญ่สำหรับวัตถุดิบ และโรงงานเคมีที่ต้องการความแม่นยำสูง
5. การแพทย์และเภสัชกรรม
เครื่องทำความเย็นในวงการแพทย์มักใช้ในการเก็บรักษายา วัคซีน และตัวอย่างทางชีวภาพ เพื่อความแม่นยำของการควบคุมอุณหภูมิที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของยาและความปลอดภัยของผู้ป่วย
6. ศูนย์รวมข้อมูล (Data Center)
แม้แต่ Data Center ก็ต้องพึ่งพาระบบเครื่องปรับอากาศแบบชิลเลอร์ (Chiller System) โดยระบบ Chiller คืออุปกรณ์หลักในการระบายความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก เพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาความเสถียรของระบบตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบทำความเย็น
1. ระบบทำความเย็นกับเครื่องปรับอากาศต่างกันอย่างไร?
ระบบทำความเย็นเป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงกระบวนการลดอุณหภูมิทุกรูปแบบ ส่วนเครื่องปรับอากาศเป็นการนำระบบทำความเย็นมาใช้งานในการปรับอากาศภายในพื้นที่
2. สารทำความเย็นที่นิยมใช้ในปัจจุบันคืออะไร?
ในปัจจุบันนิยมใช้สารกลุ่ม HFC อย่าง R-410A และ R-32 แทนสาร R-22 เดิมที่ทำลายโอโซน ส่วนระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะใช้แอมโมเนียและคาร์บอนไดออกไซต์เป็นหลัก
เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบทำความเย็นคุณภาพดี สะดวกยิ่งขึ้นด้วย LG Subscribe
ระบบทำความเย็นมีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ส่วนของชีวิตประจำวัน ทั้งในเครื่องใช้ไฟฟ้าและในภาคอุตสาหกรรม การเลือกเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสมและดูแลรักษาสม่ำเสมอจะช่วยให้คงประสิทธิภาพการใช้งานและช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว
สำหรับใครที่กำลังมองหาและต้องการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพดีโดยไม่อยากเสียเงินก้อนใหญ่ บริการ LG Subscribe พร้อมให้บริการเครื่องใช้ไฟฟ้ารายเดือน ไม่ว่าจะเป็นแอร์รายเดือนหรือตู้เย็นรายเดือนก็ครบจบในที่เดียว พร้อมรับประกันสินค้าและบริการซ่อมบำรุงตลอดอายุสัญญาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญจาก LG
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : supportlgeth@lge.com
