ดูแลเครื่องกรองน้ำ

6 วิธีดูแลเครื่องกรองน้ำ ช่วยให้น้ำสะอาดและเครื่องใช้งานได้นาน

2026-08-03

แบ่งปันเนื้อหานี้ คุณสามารถแบ่งปันรายการที่คุณชอบกับเพื่อนของคุณ

การดูแลเครื่องกรองน้ำให้ถูกวิธีเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่เครื่องกรองน้ำสำหรับบ้านหรือออฟฟิศอาจทำงานหนักทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการดูแลเครื่องกรองน้ำที่ดีพอ ไม่เพียงแค่ประสิทธิภาพการกรองจะลดลง แต่น้ำที่ดื่มอยู่ทุกวันก็อาจไม่สะอาดอย่างที่คิด บทความนี้ได้รวมวิธีดูแลเครื่องกรองน้ำแบบครบจบ ทำตามได้ง่าย เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและน้ำสะอาดทุกวันมาไว้แล้ว! 

KEY TAKEAWAY

 

 

● การดูแลเครื่องกรองน้ำสม่ำเสมอช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องและทำให้น้ำที่ได้สะอาดปลอดภัยทุกวัน

● ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำตรงตามรอบเปลี่ยนไส้กรองน้ำที่กำหนด อย่าปล่อยให้เลยกำหนดเพราะกระทบคุณภาพน้ำโดยตรง

● การล้างทำความสะอาดและตรวจสอบระบบเป็นประจำเป็นหัวใจของการดูแลเครื่องกรองน้ำให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

● สังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำไหลอ่อน กลิ่นเปลี่ยน หรือสีขุ่น เพราะนั่นคือสัญญาณที่บอกว่าเครื่องต้องได้รับการดูแลเครื่องกรองน้ำแล้ว

วิธีดูแลเครื่องกรองน้ำที่ถูกต้อง ควรทำอย่างไรบ้าง?

วิธีดูแลเครื่องกรองน้ำที่ดีไม่ได้ซับซ้อน แค่ต้องรู้ว่าควรทำอะไร ทำเมื่อไหร่ และทำอย่างไร เพราะแต่ละขั้นตอนล้วนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพน้ำและอายุการใช้งานของเครื่อง โดยวิธีดูแลเครื่องกรองน้ำที่ถูกต้องมีดังนี้ 

1. เปลี่ยนไส้กรองน้ำตามรอบที่กำหนด

ไส้กรองน้ำคือหัวใจของเครื่อง หน้าที่หลักคือดักจับสารปนเปื้อน ตะกอน และสิ่งสกปรกที่ปะปนมากับน้ำ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ประสิทธิภาพจะเริ่มลดลงจนกรองน้ำได้ไม่สะอาดเท่าเดิม รอบเปลี่ยนไส้กรองน้ำโดยทั่วไปอยู่ที่ทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องและปริมาณการใช้งาน

 

โดยสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรองน้ำแล้ว ได้แก่ น้ำไหลช้าลง มีกลิ่น หรือสีน้ำเปลี่ยนไปจากเดิม อย่าปล่อยให้เลยรอบ เพราะยิ่งนานยิ่งกระทบคุณภาพน้ำโดยตรง

 

หากอยากรู้ว่าควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำเมื่อไหร่และต้องเตรียมตัวอย่างไร อ่านต่อได้ที่ : เปลี่ยนไส้กรองน้ำ

2. ทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำสม่ำเสมอ

เครื่องกรองน้ำจะมีทำหน้าที่กรองสิ่งปนเปื้อน แต่ตัวเครื่องเองก็สะสมคราบและเชื้อโรคได้เช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณหัวก๊อก ถังพักน้ำ และข้อต่อท่อ ซึ่งมักเป็นจุดสะสมของแผ่นฟิล์มชีวภาพ (Biofilm) และแบคทีเรีย (Bacteria)

 

การทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำทุก 1-3 เดือน ด้วยการล้างเครื่องกรองน้ำและเช็ดชิ้นส่วนที่ถอดได้ด้วยน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงเพราะอาจทำลายวัสดุภายในเครื่อง สำหรับระบบกรองน้ำบางประเภทที่มีสารกรอง ควรทำการการล้างย้อนน้ำ (Backwash) ตามรอบที่กำหนดด้วย

 

ถ้ามีปัญหาตะกรันเกาะในเครื่องหรือในท่อน้ำ อ่านวิธีรับมือเพิ่มเติมได้ที่ : ตะกรัน

3. ตรวจสอบแรงดันน้ำและระบบการทำงาน

แรงดันน้ำเครื่องกรองที่เหมาะสมคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบกรองน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยทั่วไปควรอยู่ที่ 40-80 psi (Pounds per Square Inch) ถ้าแรงดันสูงหรือต่ำกว่าค่ามาตรฐาน อาจทำให้ไส้กรองเสียหายเร็วขึ้น หรือกรองน้ำได้ไม่ทั่วถึง ควรหมั่นสังเกตการไหลของน้ำ และตรวจสอบมาตรวัดแรงดัน (Pressure Gauge) หากเครื่องมีมาให้ รวมถึงตรวจท่อและข้อต่อว่ามีการรั่วซึมหรือไม่อย่างน้อยทุก 3 เดือน 

4. วางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสมและปลอดภัย 

สถานที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำส่งผลต่ออายุการใช้งานโดยตรง ควรวางในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดดโดยตรง และห่างจากแหล่งความร้อน เพราะอุณหภูมิสูงจะเร่งให้วัสดุภายในเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความชื้นสูงซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ง่าย การดูแลรักษาเครื่องกรองน้ำเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่ถูกต้องตั้งแต่แรก 

5. เลือกใช้เครื่องให้เหมาะกับคุณภาพน้ำในพื้นที่ 

การดูแลเครื่องกรองน้ำให้อยู่ได้นาน ต้องเริ่มจากการเลือกเครื่องให้ตรงกับสภาพน้ำในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ด้วย พื้นที่ที่มีปัญหาน้ำกระด้างหรือมีแร่ธาตุสูง เช่น แคลเซียม (Calcium) และแมกนีเซียม (Magnesium) ควรใช้เครื่องกรองน้ำ RO (Reverse Osmosis) ที่กรองได้ในระดับโมเลกุล ในขณะที่พื้นที่ที่น้ำผ่านการบำบัดมาแล้วอาจใช้ระบบ UF (Ultrafiltration) แทนได้ การเลือกให้ตรงประเภทช่วยลดภาระของเครื่อง ยืดอายุไส้กรองน้ำและลดความถี่ในการบำรุงรักษาเครื่องกรองน้ำในระยะยาว

 

ยังสงสัยว่าน้ำในพื้นที่มีปัญหาน้ำกระด้างหรือเปล่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : น้ำกระด้าง

6. ติดตามสัญญาณผิดปกติและซ่อมบำรุงตรงเวลา 

การทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่การดูแลเครื่องกรองน้ำที่ถูกต้อง แต่ยังต้องสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างใช้งานด้วย เช่น น้ำไหลอ่อนลงกะทันหัน มีเสียงดังในระบบท่อ หรือน้ำที่กรองออกมามีกลิ่นผิดปกติ สัญญาณเหล่านี้มักเป็นสัญญาณแรกก่อนที่เครื่องจะมีปัญหาใหญ่ตามมา ฉะนั้น การบำรุงรักษาเครื่องกรองน้ำแบบเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการรอให้เสียก่อนแล้วค่อยซ่อม

 

หากยังลังเลอยู่ว่าจะลงทุนซื้อเครื่องกรองน้ำดีไหม เทียบให้ชัด ๆ ได้ที่ : น้ำขวด vs เครื่องกรองน้ำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลเครื่องกรองน้ำ

1. ดูแลเครื่องกรองน้ำด้วยตัวเองได้เลยไหม หรือต้องเรียกช่าง?

หากเป็นงานพื้นฐานอย่างการดูแลเครื่องกรองน้ำ เช่น ล้างทำความสะอาดตัวเครื่อง หรือเช็กความผิดปกติเบื้องต้น ก็ทำเองได้โดยไม่ต้องรอช่าง แต่งานที่เกี่ยวกับระบบกรองน้ำภายใน เช่น การเปลี่ยนไส้กรองน้ำบางประเภท การตรวจสอบท่อ หรือปรับแรงดันน้ำเครื่องกรอง ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการเพื่อความปลอดภัยและป้องกันเครื่องเสียหาย 

2. จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำที่กรองไม่สะอาดพอ?

สัญญาณที่บอกว่าน้ำสะอาดสำหรับดื่มจากเครื่องอาจมีปัญหา ได้แก่ น้ำมีกลิ่นคลอรีนหรือกลิ่นอับ สีน้ำขุ่นผิดปกติ หรือรสชาติเปลี่ยนไปจากเดิม สิ่งเหล่านี้มักเกิดจากอายุการใช้งานไส้กรองน้ำที่เกินกำหนด หรือมีการปนเปื้อนสะสมในเครื่อง ควรหมั่นดูแลเครื่องกรองน้ำและเปลี่ยนไส้กรองตรงตามรอบเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดจริง 

ดูแลเครื่องกรองน้ำได้ง่ายขึ้น ด้วยบริการ LG Subscribe 

ดูแลเครื่องกรองน้ำให้ได้มาตรฐานไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไส้กรอง ตรวจระบบ หรือซ่อมบำรุง ล้วนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพน้ำดื่มสะอาดที่ได้ใช้ทุกวัน เครื่องกรองน้ำ LG Subscribe ตอบโจทย์ตรงนี้ด้วยบริการครบวงจร ทั้งประกันสินค้านาน 5-7 ปี ช่างผู้เชี่ยวชาญบริการถึงบ้าน และดูแลต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียว เพียงเลือกจ่ายเป็นเครื่องกรองน้ำรายเดือนแบบง่าย ๆ วางแผนการเงินได้ง่าย ไม่มีภาระสะสม

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

● โทรศัพท์: 02 057 5757

● ทุกวัน 8:00 - 18:00 น.

● Line: @lgthailand

● อีเมล: supportlgeth@lge.com