เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงสำหรับบ้านเลี้ยงสัตว์

เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง 2026 กลิ่นหาย ขนไม่ฟุ้ง วิธีเลือกที่ถูกต้อง

08/25/2026

เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงกลายเป็นของใช้ที่แทบทุกบ้านที่มีน้องหมาน้องแมวเริ่มมองหา เพราะเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องฝุ่น PM 2.5 เหมือนเครื่องฟอกอากาศทั่วไป แต่ยังช่วยจัดการปัญหากลิ่นตัวสัตว์เลี้ยง ขนฟุ้ง และไรขนสัตว์ที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ได้ตรงจุดกว่า

 

ในอดีตหลายบ้านก็สามารถเลี้ยงแมวเลี้ยงสุนัขได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องฟอกอากาศ คำถามคือทุกวันนี้อะไรเปลี่ยนไป และเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงจำเป็นจริงหรือแค่กระแส บทความนี้จะพาไปหาคำตอบ พร้อมแนะนำเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงรุ่นเด็ดจาก LG ให้เลือกกัน

 

5 รุ่นแนะนำ เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงจาก LG

เพราะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมีโจทย์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นขนแมว ขนสุนัขที่ฟุ้งกระจาย หรือกลิ่นที่กำจัดยาก LG จึงออกแบบเครื่องฟอกอากาศหลายรุ่นให้ตอบโจทย์คนเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ มาดูกันว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไรบ้าง

1. LG PuriCare AeroCat Tower รุ่น AS25GCBY0 ฟรี Pre-Filter Pet

 

รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อบ้านที่เลี้ยงแมวโดยเฉพาะ มาพร้อมแท่นฐานที่เป็นทั้งจุดพักผ่อนและโดมอุ่น (Heated Dome Seat) ให้น้องเหมียวขึ้นไปนอนได้อย่างสบายตัว ส่วนของระบบฟอกอากาศก็มาพร้อม Total Air Purification ที่กรองอากาศได้รอบทิศทาง และโหมด Cat Relax Mode ที่ปรับการทำงานให้เงียบเหมาะกับธรรมชาติของแมว

 

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Pet Care Tracking ที่ช่วยติดตามน้ำหนักและเวลาพักผ่อนของน้องแมวผ่านแอปได้อีกด้วย ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศกรองขนแมวที่ตอบโจทย์คนรักแมวได้ครบเครื่อง

2. LG PuriCare™ 360° Alpha Pet รุ่น AS65GDBY0

 

โดดเด่นด้วย Pet Mode เน้นฟอกอากาศทรงประสิทธิภาพบริเวณพื้นซึ่งเป็นจุดทำกิจกรรมของสัตว์เลี้ยง กรองไรขนได้ดีขึ้น 30% ทำงานร่วมกับ Attachable Pre-filter แผ่นกรองชั้นนอกแบบถอดได้ที่ดักจับขนและฝุ่นโดยเฉพาะ พร้อมฟิลเตอร์ Photo Catalyst ลดกลิ่นอุจจาระและกลิ่นไม่พึงประสงค์ (แอมโมเนีย, แอซีทาลดีไฮด์, กรดอะซิติก)

 

ซึ่งสามารถรีเฟรชฟิลเตอร์ให้เหมือนใหม่ได้ง่าย ๆ เพียงนำไปตากแดดหรือแสงฟลูออเรสเซนต์ มาในดีไซน์สีเบจสวยงาม เหมาะกับห้องขนาดกลางถึงใหญ่

3. LG PuriCare™ 360° Alpha Pet รุ่น AS10GDBY0

 

ทรงพลังและครอบคลุมพื้นที่กว้างมากขึ้น เหมาะกับบ้านหรือคอนโดใหญ่ที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว อัดแน่นด้วยฟังก์ชันของรุ่น AS65GDBY0 ทั้ง Pet Mode กรองไรขนดีขึ้น 30%, Attachable Pre-filter ดักจับขนสัตว์ และ Photo Catalyst Filter ช่วยกำจัดกลิ่น ที่ฟื้นฟูประสิทธิภาพได้ด้วยแสงแดด

 

โดยเพิ่มเติมความคุ้มค่าด้วย Clean Booster ส่งลมสะอาดไกล 9 เมตร และเทคโนโลยี UVnano ช่วยกำจัดแบคทีเรียภายในเครื่อง ตอบโจทย์บ้านที่ต้องการพลังฟอกอากาศขั้นสุด

4. LG Pre Pet Filter (ฟิลเตอร์เสริมดักจับขนสัตว์)

 

แผ่นกรองชั้นนอกแบบถอดเปลี่ยนได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับขนสัตว์และฝุ่นละอองขนาดใหญ่ ออกแบบมาให้ถอดล้างและทำความสะอาดได้ง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งานของฟิลเตอร์หลัก พร้อมคงประสิทธิภาพในการฟอกอากาศของตัวเครื่องให้ทำงานได้เต็มที่อยู่เสมอ

5. LG V Pet Filter (ไส้กรองสัตว์เลี้ยงสำหรับ PuriCare™ 360°)

 

อุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องฟอกอากาศตระกูล PuriCare™ 360° ที่ช่วยอัปเกรดการดูแลสัตว์เลี้ยงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยฟิลเตอร์กำจัดกลิ่น Photo Catalyst ช่วยลดกลิ่นอุจจาระ ปัสสาวะ และกลิ่นไม่พึงประสงค์

5 เหตุผล ทำไมบ้านที่เลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องมีเครื่องฟอกอากาศให้สัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงน่ารักแค่ไหนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หอบหืด และเป็นพาหะของเชื้อโรคบางชนิดได้เช่นกัน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เครื่องฟอกอากาศ สําหรับคนเลี้ยงแมวหรือเลี้ยงสุนัขกลายเป็นสิ่งจำเป็น

1. เครื่องฟอกอากาศช่วยลดสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยง

 

ขน รังแค น้ำลาย และปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงล้วนมีโปรตีนที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ให้ไวต่อสารเหล่านั้น และสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้จะฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศติดตามเฟอร์นิเจอร์ผ้าม่านหรือพรมได้ง่าย การเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงมาเป็นตัวช่วยจะลดปัญหาเหล่านี้ลงได้ แต่ก็ยังควรทำความสะอาดบ้านและอาบน้ำสัตว์เลี้ยงเป็นประจำควบคู่กันไป

2. เครื่องฟอกอากาศช่วยกรองไรขนสัตว์

 

นอกจากเห็บหมัดที่มองเห็นได้ ยังมีไรขนสัตว์ขนาดจิ๋วเพียง 0.2-0.5 มิลลิเมตรซ่อนตัวอยู่ตามขนสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีลักษณะคล้ายไรฝุ่นทั่วไปแต่อาศัยอยู่บนตัวสัตว์โดยตรง ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงคัน ผิวหนังอักเสบ ขนร่วง ส่วนคนก็อาจแพ้โปรตีนจากมูลไรขนสัตว์ได้เช่นกัน เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงที่มีแผ่นกรองพิเศษจะช่วยกรองทั้งไรฝุ่นและไรขนสัตว์เหล่านี้ได้ บวกกับการซักผ้าและใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นประจำก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีกำจัดไรฝุ่นที่ช่วยลดปัญหานี้ลงได้ 

3. เครื่องฟอกอากาศช่วยกำจัดขนสัตว์

 

ขนสัตว์เลี้ยงไม่ได้อยู่แค่บนพื้น แต่ยังลอยฟุ้งกระจายทั่วบ้านและเกาะติดข้าวของเครื่องใช้ได้ง่าย ยิ่งช่วงผลัดขนยิ่งเก็บกวาดกันไม่ไหว เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงหรือเครื่องกรองขนแมวจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ด้วยแผ่นกรอง Pre-Filter ที่ดักจับขนสุนัข ขนแมว และขนสัตว์อื่น ๆ ได้ตั้งแต่ด่านแรก ก่อนที่อนุภาคเล็ก ๆ อย่างขนแมวในอากาศจะฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง

4. เครื่องฟอกอากาศช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยง

 

กลิ่นของเสียจากสัตว์เลี้ยงรวมถึงกลิ่นตัวและกลิ่นขนเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลีกเลี่ยงยาก และทำให้บรรยากาศในบ้านไม่สดชื่น เครื่องฟอกอากาศช่วยลดกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้ไหมเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย คำตอบคือได้ โดยเฉพาะรุ่นที่มีฟิลเตอร์คาร์บอนหรือฟิลเตอร์กำจัดกลิ่นเฉพาะทาง แต่ก็ยังจำเป็นต้องทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไปด้วย

5. เครื่องฟอกอากาศช่วยดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง

 

ในยุคที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 สัตว์เลี้ยงก็เสี่ยงได้ไม่ต่างจากคน เพราะฝุ่นสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและสะสมในปอดของสัตว์เลี้ยงได้ง่าย โดยเฉพาะสุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้นที่ระบบทางเดินหายใจบอบบางอยู่แล้ว นอกจากนี้ฝุ่นละอองยังกระตุ้นการอักเสบ เช่น คันผิวหนังและตาแดง การมีเครื่องฟอกอากาศแมว และสุนัขจึงตอบโจทย์รอบด้านสำหรับบ้านคนเลี้ยงสัตว์

 

ฝุ่นเกิดจากอะไร? รวมวิธีกำจัดฝุ่นให้บ้านสะอาด

วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงให้ตอบโจทย์

 

หลายคนอาจสงสัยว่าเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี ในตลาดมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แต่ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ลองเช็กลิสต์ 4 ข้อนี้ดูก่อน เพื่อให้ได้เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ซื้อตามกระแส

 

  1. 1.วัดขนาดห้องก่อนเลือกซื้อ ดูค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ เช่น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรใช้เครื่องที่มี CADR ตั้งแต่ 200 ขึ้นไป ยิ่งพื้นที่กว้าง ค่า CADR ก็ควรสูงตามเพื่อให้ฟอกอากาศได้ทั่วถึง
  2. 2.ตั้งเครื่องใกล้จุดที่สัตว์พักบ่อย ๆ เช่น บริเวณที่นอนสัตว์เลี้ยง เพื่อกรองอากาศได้ตรงจุดที่มีขน กลิ่น และสารก่อภูมิแพ้สะสมมากที่สุด
  3. 3.เลือกเครื่องที่ดูแลรักษาง่าย เครื่องที่สามารถล้างแผ่นกรองได้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย เหมาะกับบ้านที่มีขนสัตว์เลี้ยงเยอะเป็นพิเศษ
  4. 4.ตรวจสอบระดับเสียง หากสัตว์เลี้ยงกลัวเสียงเครื่อง ควรเลือกรุ่นที่มีเสียงเบาไม่เกิน 30 dB เพื่อไม่ให้น้อง ๆ ตื่นตกใจเวลาเครื่องทำงาน

 

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)

1. ควรวางเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงไว้บริเวณไหน?

แนะนำให้วางใกล้บริเวณที่สัตว์เลี้ยงใช้เวลาอยู่บ่อย เช่น มุมนอนหรือกระบะทราย เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงกรองกลิ่นและขนได้ตรงจุด และควรเว้นระยะห่างจากผนังเล็กน้อยเพื่อให้อากาศไหลเวียนได้ดี

2. เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงต่างจากเครื่องฟอกอากาศทั่วไปอย่างไร?

จุดต่างหลักคือฟิลเตอร์และโหมดการทำงานที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะของสัตว์เลี้ยงโดยตรง เช่น Pet Mode ที่กรองไรขนสัตว์และกำจัดกลิ่นได้มากกว่า ขณะที่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปจะเน้นกรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ทั่วไปเป็นหลัก

ให้เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงเป็นตัวช่วย และอย่าลืมทำความสะอาดบ้านและสัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ

ยิ่งบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงยิ่งต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ นอกจากใช้เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงช่วยดูแลเรื่องกลิ่น ฝุ่น ขน และไรขนของน้อง ๆ แล้ว การเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นก็เป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บริเวณที่น้องหมาน้องแมวชอบไปอยู่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการหมักหมมของสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เกิดปัญหาหายใจไม่ออกตอนนอนได้ในระยะยาว

 

หากสนใจเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง LG PuriCare™ 360 α PET สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.LG.com และพิเศษสุด ๆ คุ้มยิ่งขึ้นกับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก LG Member ที่ยกขบวนทั้งส่วนลดและบริการสุดพิเศษมาให้คุณ เพียงแค่สมัครสมาชิก LG Member

 

● รับส่วนลด 10% ทุกการสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)

● ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

● LG บริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care Plus+ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ

 

สมัคร LG Member เพื่อรับสิทธิพิเศษ

 

ติดต่อ LG
โทรศัพท์ 02 057 5757

ทุกวัน 9:00-18:00 น.

อีเมล supportlgeth@lge.com

*ทดสอบในพื้นที่ที่ขนาดไม่เกิน 100 ตารางเมตร

** ตรวจสอบเงื่อนไขส่วนลดและสิทธิพิเศษ LG Member ได้ที่ https://www.lg.com/th/membership/