We use cookies, including cookies from third parties, to enhance your user experience and the effectiveness of our marketing activities. These cookies are performance, analytics and advertising cookies, please see our Privacy and Cookie policy for further information. If you agree to all of our cookies select “Accept all” or select “Cookie Settings” to see which cookies we use and choose which ones you would like to accept.
ทุกเช้าที่เปิดแอปพยากรณ์อากาศ นอกจากอุณหภูมิและโอกาสฝนตก
ยังมีตัวเลขอีกหนึ่งชุดที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ “ค่า AQI”
ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพของอากาศและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่
การเข้าใจว่า AQI คืออะไร อ่านค่าอย่างไร และควรรับมือแบบไหนเมื่อตัวเลขพุ่งสูง
จึงเป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนควรมีติดตัว
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพอากาศแบบเข้าใจง่าย
พร้อมวิธีดูแลตัวเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากฝุ่นในทุกฤดูกาล
● AQI คือดัชนีคุณภาพอากาศที่รวมค่าสารมลพิษหลายชนิดมาแปลงเป็นตัวเลขเดียว ตั้งแต่ 0-201 ขึ้นไป เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจสถานการณ์อากาศได้ง่ายและรวดเร็ว
● ค่า AQI แบ่งออกเป็น 5 ระดับตามสี ตั้งแต่สีฟ้า (ดีมาก) ไปจนถึงสีแดงเข้ม (อันตราย) แต่ละระดับมีข้อแนะนำการปฏิบัติตัวที่แตกต่างกัน
● AQI และ PM2.5 ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดย AQI เป็นดัชนีรวมจากหลายมลพิษ ส่วน PM2.5 คือค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กเพียงชนิดเดียว
● เมื่อค่า AQI สูงเกินมาตรฐาน ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
AQI คืออะไร ตัวเลขเดียวที่สรุปเรื่องอากาศให้คุณเข้าใจในไม่กี่วินาที
AQI ย่อมาจาก Air Quality Index แปลเป็นไทยตรงตัวคือดัชนีคุณภาพอากาศ
เป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศที่ใช้ตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป
เพื่อบ่งบอกระดับความสะอาดหรือความเป็นอันตรายของอากาศในพื้นที่หนึ่ง ยิ่งตัวเลขสูง
หมายความว่าอากาศยิ่งมีมลพิษมากและส่งผลเสียต่อสุขภาพ
หลักการคำนวณค่า AQI คือการนำค่าสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด มาคำนวณรวมกัน ได้แก่ PM 2.5, PM
10, ก๊าซโอโซน, ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
แล้วแปลงออกมาเป็นตัวเลขเดียว พร้อมกับกำหนดสี 5 สีเพื่อที่สื่อถึงคุณภาพอากาศให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย
ทำความเข้าใจแหล่งที่มาของฝุ่นให้มากขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ฝุ่นเกิดจากอะไร
ระดับค่า AQI และความหมายของแต่ละสี บอกอะไรเราบ้าง
การอ่านค่า AQI ให้เป็นประโยชน์สูงสุดคือการรู้ว่าตัวเลขที่เห็นอยู่ในระดับไหน
เพราะแต่ละระดับมาพร้อมสีกำกับและคำแนะนำการปฏิบัติตัวที่แตกต่างกัน ยิ่งคุณเช็กค่าอากาศ AQI
เป็นประจำ ยิ่งวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งได้แม่นยำขึ้น
ตารางด้านล่างสรุประดับค่า AQI ตามมาตรฐานของประเทศไทย (TH AQI)
ซึ่งเป็นระบบที่ใกล้เคียงกับดัชนีคุณภาพอากาศสากล (US AQI) รายละเอียดมีดังนี้
ช่วงค่า AQI |
ระดับคุณภาพอากาศ |
สีกำกับ |
คำแนะนำเบื้องต้น |
0-25 |
ดีมาก |
ฟ้า |
ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ |
26-50 |
ดี |
เขียว |
ใช้ชีวิตได้ตามปกติ |
51-100 |
ปานกลาง |
เหลือง |
กลุ่มเสี่ยงควรระมัดระวัง |
101-200 |
เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ |
ส้ม |
ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากาก |
201 ขึ้นไป |
อันตรายต่อสุขภาพ |
แดง |
ควรอยู่ในอาคาร ปิดหน้าต่างมิดชิด |
0-25 คุณภาพอากาศดีมาก
หากตัวเลขค่า AQI อยู่ในช่วง 0-25 หมายความว่าอากาศในพื้นที่นั้นมีความสะอาดสูงมาก
แทบไม่มีสารมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
เหมาะสำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมนอกบ้านได้อย่างสบายใจ
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณฝุ่นหรือสารพิษในอากาศ
26-50 คุณภาพอากาศดี
ค่า AQI ระดับนี้ยังถือว่าอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถใช้ชีวิตกลางแจ้งได้ตามปกติ
แม้จะมีมลพิษปะปนอยู่บ้างแต่ไม่ถึงขั้นก่อผลเสียต่อสุขภาพในระยะสั้น เหมาะสำหรับทุกกลุ่มคน
รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุที่มักอ่อนไหวต่อคุณภาพอากาศมากกว่าคนทั่วไป
51-100 ปานกลาง
เมื่อตัวเลขค่า AQI อยู่ในช่วง 51-100
หมายความว่าอากาศเริ่มมีมลพิษปะปนในระดับที่ผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
หรือกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุควรเริ่มระมัดระวัง
แม้คนทั่วไปจะยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ แต่ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น แสบตา
หรือระคายเคืองจมูก
101-200 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ค่า AQI ระดับนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ เพราะค่าฝุ่นและมลพิษอื่น ๆ
เริ่มส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของคนทั่วไป ไม่ใช่แค่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งลง สวมหน้ากากอนามัยที่กรองฝุ่นได้มีประสิทธิภาพ
และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักนอกอาคาร
201 ขึ้นไป อันตรายต่อสุขภาพ
หากพบว่าค่า AQI พุ่งเกิน 201 ถือว่าอากาศในพื้นที่นั้นอยู่ในระดับอันตราย
อากาศมีมลพิษสูงจนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคนอย่างชัดเจน
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
และเปิดเครื่องฟอกอากาศภายในห้องเพื่อรักษาคุณภาพอากาศให้อยู่ในระดับปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้
AQI ต่างจาก PM2.5 อย่างไร? เข้าใจให้ชัด ไม่สับสนเวลาเช็กคุณภาพอากาศ
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า AQI กับ PM 2.5 คือค่าเดียวกัน แต่จริง ๆ
แล้วทั้งสองมีความหมายและวิธีคำนวณที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
AQI คือดัชนีที่บ่งบอกถึงคุณภาพของอากาศในพื้นที่หนึ่ง มีช่วงค่าตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป
ซึ่งคำนวณมาจากฝุ่นและสารมลพิษหลายชนิด
โดยระบบจะเลือกใช้ค่าของสารมลพิษที่มีระดับความเป็นอันตรายสูงสุดในขณะนั้นมาเป็นตัวแทนแสดงผล AQI ในพื้นที่นั้น
ส่วน PM 2.5 คือค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีหน่วยเป็นไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (µg/m³) ซึ่งเป็นการวัดค่า PM 2.5 เฉพาะเจาะจงเพียงชนิดเดียว ไม่ได้รวมมลพิษชนิดอื่นเข้าไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ ในบางวันคุณอาจสังเกตเห็นว่าค่า PM 2.5 ต่ำ แต่ค่า AQI กลับสูงกว่า
นั่นเพราะอาจมีมลพิษชนิดอื่น เช่น ก๊าซโอโซน หรือฝุ่นขนาดใหญ่กว่าอย่าง PM10 ที่มีค่าสูงในวันนั้นแทน ทำให้ AQI สะท้อนภาพรวมของคุณภาพอากาศได้ครบถ้วนกว่าการดูเพียงค่าฝุ่น PM 2.5 อย่างเดียว
การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณตีความตัวเลขที่เห็นในแอปพยากรณ์อากาศได้อย่างถูกต้องมากขึ้น
ศึกษาผลกระทบของฝุ่นละอองต่อร่างกายในระยะยาว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพ
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)
1. ผลกระทบของค่า AQI สูงต่อสุขภาพคืออะไรบ้าง?
เมื่อค่า AQI สูง ฝุ่นละอองและมลพิษจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก คอ ไอเรื้อรัง และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจได้
2. อยู่ในบ้านปิดหน้าต่างสนิท ค่า AQI ยังเป็นอันตรายอยู่ไหม?
แม้จะอยู่ในบ้านที่ปิดหน้าต่างมิดชิด ฝุ่น PM2.5 ก็มีโอกาสเล็ดลอดผ่านช่องเล็ก ๆ เข้ามาได้
เพียงแต่ความเข้มข้นในบ้านมักต่ำกว่านอกบ้าน การใช้เครื่องฟอกอากาศที่กรองฝุ่น PM2.5 ได้
จึงช่วยลดค่าฝุ่นภายในบ้านให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยมากขึ้น
3. วิธีดูแลและป้องกันตัวเองเมื่อค่า AQI สูง ทำอย่างไร?
ควรสวมหน้ากากที่กรองฝุ่นและมลพิษได้เมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
เพื่อรักษาคุณภาพอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
AQI คือเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญ จัดการฝุ่นในบ้านด้วยครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว
AQI คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์อากาศรอบตัวได้ง่ายและรวดเร็ว การหมั่นเช็กค่า AQI วันนี้เป็นประจำ จะช่วยให้คุณวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย
ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย พาเด็กเล็กออกไปเล่นนอกบ้าน หรือแม้แต่การตัดสินใจเปิด-ปิดหน้าต่าง หรือเปิดแอร์ในแต่ละวัน
แต่การรู้ค่า AQI เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การมีเครื่องฟอกอากาศประจำบ้านถือเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่า PM 2.5 พุ่งสูง เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare
คือตัวช่วยจัดการปัญหาฝุ่นภายในที่อยู่อาศัยครบวงจร สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ขนสัตว์เลี้ยง
สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมดีไซน์ที่สวยงามเข้ากับพื้นที่อย่างลงตัว
มอบอากาศสะอาดในทุกห้องของบ้านและสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
● โทรศัพท์ : 02 057 5757
● ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
● Line : @lgthailand
● อีเมล : supportlgeth@lge.com
