Aqi ตัวเลขบอกคุณภาพอากาศ

AQI คืออะไร รู้จักตัวเลขบอกคุณภาพอากาศ อ่านให้เป็น ก่อนฝุ่นทำร้ายปอดคุณ

11/02/2026

ทุกเช้าที่เปิดแอปพยากรณ์อากาศ นอกจากอุณหภูมิและโอกาสฝนตก

ยังมีตัวเลขอีกหนึ่งชุดที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ “ค่า AQI”

ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพของอากาศและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่

 

การเข้าใจว่า AQI คืออะไร อ่านค่าอย่างไร และควรรับมือแบบไหนเมื่อตัวเลขพุ่งสูง

จึงเป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนควรมีติดตัว

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพอากาศแบบเข้าใจง่าย

พร้อมวิธีดูแลตัวเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากฝุ่นในทุกฤดูกาล

 

● AQI คือดัชนีคุณภาพอากาศที่รวมค่าสารมลพิษหลายชนิดมาแปลงเป็นตัวเลขเดียว ตั้งแต่ 0-201 ขึ้นไป เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจสถานการณ์อากาศได้ง่ายและรวดเร็ว

● ค่า AQI แบ่งออกเป็น 5 ระดับตามสี ตั้งแต่สีฟ้า (ดีมาก) ไปจนถึงสีแดงเข้ม (อันตราย) แต่ละระดับมีข้อแนะนำการปฏิบัติตัวที่แตกต่างกัน

● AQI และ PM2.5 ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดย AQI เป็นดัชนีรวมจากหลายมลพิษ ส่วน PM2.5 คือค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กเพียงชนิดเดียว

● เมื่อค่า AQI สูงเกินมาตรฐาน ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

 

 

AQI คืออะไร ตัวเลขเดียวที่สรุปเรื่องอากาศให้คุณเข้าใจในไม่กี่วินาที

AQI ย่อมาจาก Air Quality Index แปลเป็นไทยตรงตัวคือดัชนีคุณภาพอากาศ

เป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศที่ใช้ตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป

เพื่อบ่งบอกระดับความสะอาดหรือความเป็นอันตรายของอากาศในพื้นที่หนึ่ง ยิ่งตัวเลขสูง

หมายความว่าอากาศยิ่งมีมลพิษมากและส่งผลเสียต่อสุขภาพ

 

หลักการคำนวณค่า AQI คือการนำค่าสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด มาคำนวณรวมกัน ได้แก่ PM 2.5, PM

10, ก๊าซโอโซน, ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์

แล้วแปลงออกมาเป็นตัวเลขเดียว พร้อมกับกำหนดสี 5 สีเพื่อที่สื่อถึงคุณภาพอากาศให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย

 

ทำความเข้าใจแหล่งที่มาของฝุ่นให้มากขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ฝุ่นเกิดจากอะไร

 

ระดับค่า AQI และความหมายของแต่ละสี บอกอะไรเราบ้าง

การอ่านค่า AQI ให้เป็นประโยชน์สูงสุดคือการรู้ว่าตัวเลขที่เห็นอยู่ในระดับไหน

เพราะแต่ละระดับมาพร้อมสีกำกับและคำแนะนำการปฏิบัติตัวที่แตกต่างกัน ยิ่งคุณเช็กค่าอากาศ AQI

เป็นประจำ ยิ่งวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งได้แม่นยำขึ้น

 

ตารางด้านล่างสรุประดับค่า AQI ตามมาตรฐานของประเทศไทย (TH AQI)

ซึ่งเป็นระบบที่ใกล้เคียงกับดัชนีคุณภาพอากาศสากล (US AQI) รายละเอียดมีดังนี้

 

ช่วงค่า AQI

ระดับคุณภาพอากาศ

สีกำกับ

คำแนะนำเบื้องต้น

0-25

ดีมาก

ฟ้า

ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ

26-50

ดี

เขียว

ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

51-100

ปานกลาง

เหลือง

กลุ่มเสี่ยงควรระมัดระวัง

101-200

เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ส้ม

ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากาก

201 ขึ้นไป

อันตรายต่อสุขภาพ

แดง

ควรอยู่ในอาคาร ปิดหน้าต่างมิดชิด

 

 

0-25 คุณภาพอากาศดีมาก

หากตัวเลขค่า AQI อยู่ในช่วง 0-25 หมายความว่าอากาศในพื้นที่นั้นมีความสะอาดสูงมาก

แทบไม่มีสารมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เหมาะสำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมนอกบ้านได้อย่างสบายใจ

โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณฝุ่นหรือสารพิษในอากาศ

26-50 คุณภาพอากาศดี

ค่า AQI ระดับนี้ยังถือว่าอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถใช้ชีวิตกลางแจ้งได้ตามปกติ

แม้จะมีมลพิษปะปนอยู่บ้างแต่ไม่ถึงขั้นก่อผลเสียต่อสุขภาพในระยะสั้น เหมาะสำหรับทุกกลุ่มคน

รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุที่มักอ่อนไหวต่อคุณภาพอากาศมากกว่าคนทั่วไป

51-100 ปานกลาง

เมื่อตัวเลขค่า AQI อยู่ในช่วง 51-100

หมายความว่าอากาศเริ่มมีมลพิษปะปนในระดับที่ผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

หรือกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุควรเริ่มระมัดระวัง

แม้คนทั่วไปจะยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ แต่ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น แสบตา

หรือระคายเคืองจมูก

 

101-200 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ค่า AQI ระดับนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ เพราะค่าฝุ่นและมลพิษอื่น ๆ

เริ่มส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของคนทั่วไป ไม่ใช่แค่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น

ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งลง สวมหน้ากากอนามัยที่กรองฝุ่นได้มีประสิทธิภาพ

และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักนอกอาคาร

 

201 ขึ้นไป อันตรายต่อสุขภาพ

หากพบว่าค่า AQI พุ่งเกิน 201 ถือว่าอากาศในพื้นที่นั้นอยู่ในระดับอันตราย

อากาศมีมลพิษสูงจนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคนอย่างชัดเจน

แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด

และเปิดเครื่องฟอกอากาศภายในห้องเพื่อรักษาคุณภาพอากาศให้อยู่ในระดับปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

AQI ต่างจาก PM2.5 อย่างไร? เข้าใจให้ชัด ไม่สับสนเวลาเช็กคุณภาพอากาศ

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า AQI กับ PM 2.5 คือค่าเดียวกัน แต่จริง ๆ

แล้วทั้งสองมีความหมายและวิธีคำนวณที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

AQI คือดัชนีที่บ่งบอกถึงคุณภาพของอากาศในพื้นที่หนึ่ง มีช่วงค่าตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป

ซึ่งคำนวณมาจากฝุ่นและสารมลพิษหลายชนิด

โดยระบบจะเลือกใช้ค่าของสารมลพิษที่มีระดับความเป็นอันตรายสูงสุดในขณะนั้นมาเป็นตัวแทนแสดงผล AQI ในพื้นที่นั้น

 

ส่วน PM 2.5 คือค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีหน่วยเป็นไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (µg/m³) ซึ่งเป็นการวัดค่า PM 2.5 เฉพาะเจาะจงเพียงชนิดเดียว ไม่ได้รวมมลพิษชนิดอื่นเข้าไปด้วย

 

ด้วยเหตุนี้ ในบางวันคุณอาจสังเกตเห็นว่าค่า PM 2.5 ต่ำ แต่ค่า AQI กลับสูงกว่า

นั่นเพราะอาจมีมลพิษชนิดอื่น เช่น ก๊าซโอโซน หรือฝุ่นขนาดใหญ่กว่าอย่าง PM10 ที่มีค่าสูงในวันนั้นแทน ทำให้ AQI สะท้อนภาพรวมของคุณภาพอากาศได้ครบถ้วนกว่าการดูเพียงค่าฝุ่น PM 2.5 อย่างเดียว

การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณตีความตัวเลขที่เห็นในแอปพยากรณ์อากาศได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

 

ศึกษาผลกระทบของฝุ่นละอองต่อร่างกายในระยะยาว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพ

 

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)

 

1. ผลกระทบของค่า AQI สูงต่อสุขภาพคืออะไรบ้าง?

เมื่อค่า AQI สูง ฝุ่นละอองและมลพิษจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก คอ ไอเรื้อรัง และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจได้

 

2. อยู่ในบ้านปิดหน้าต่างสนิท ค่า AQI ยังเป็นอันตรายอยู่ไหม?

แม้จะอยู่ในบ้านที่ปิดหน้าต่างมิดชิด ฝุ่น PM2.5 ก็มีโอกาสเล็ดลอดผ่านช่องเล็ก ๆ เข้ามาได้

เพียงแต่ความเข้มข้นในบ้านมักต่ำกว่านอกบ้าน การใช้เครื่องฟอกอากาศที่กรองฝุ่น PM2.5 ได้

จึงช่วยลดค่าฝุ่นภายในบ้านให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยมากขึ้น

 

3. วิธีดูแลและป้องกันตัวเองเมื่อค่า AQI สูง ทำอย่างไร?

ควรสวมหน้ากากที่กรองฝุ่นและมลพิษได้เมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน

เพื่อรักษาคุณภาพอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

 

 

AQI คือเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญ จัดการฝุ่นในบ้านด้วยครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว

 

AQI คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์อากาศรอบตัวได้ง่ายและรวดเร็ว การหมั่นเช็กค่า AQI วันนี้เป็นประจำ จะช่วยให้คุณวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย พาเด็กเล็กออกไปเล่นนอกบ้าน หรือแม้แต่การตัดสินใจเปิด-ปิดหน้าต่าง หรือเปิดแอร์ในแต่ละวัน

 

แต่การรู้ค่า AQI เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การมีเครื่องฟอกอากาศประจำบ้านถือเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่า PM 2.5 พุ่งสูง เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare

คือตัวช่วยจัดการปัญหาฝุ่นภายในที่อยู่อาศัยครบวงจร สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ขนสัตว์เลี้ยง

สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมดีไซน์ที่สวยงามเข้ากับพื้นที่อย่างลงตัว

มอบอากาศสะอาดในทุกห้องของบ้านและสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

● โทรศัพท์ : 02 057 5757

● ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.

● Line : @lgthailand

● อีเมล : supportlgeth@lge.com