เครื่องฟอกอากาศ มีกี่ประเภท

เครื่องฟอกอากาศมีกี่ประเภท? เทียบความต่างให้ชัดก่อนเลือกซื้อ

11/02/2026

หลายคนอาจรู้ว่าเครื่องฟอกอากาศช่วยลดฝุ่นและมลพิษภายในบ้านได้

แต่ยังไม่แน่ใจว่าเครื่องฟอกอากาศแต่ละประเภทมีข้อดีต่างกันยังไง

เพราะระบบกรองแต่ละแบบก็มีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน

บทความนี้จึงจะพาไปเปรียบเทียบให้ชัดว่าเครื่องฟอกอากาศมีกี่ประเภท แบบไหนตอบโจทย์คุณที่สุด ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

 

● หากต้องการลดฝุ่น PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ ควรเลือกเครื่องที่มีแผ่นกรอง HEPA เป็นระบบหลัก

● บ้านที่มีปัญหาเรื่องกลิ่น ควัน หรือสัตว์เลี้ยง ควรเลือกรุ่นที่มี Activated Carbon ที่ช่วยดูดซับกลิ่นและสารระเหย

● การเลือกเครื่องฟอกอากาศควรพิจารณาทั้งขนาดห้อง ค่า CADR เทคโนโลยีการกรอง และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไส้กรองระยะยาว

 

เครื่องฟอกอากาศคืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) คือ เครื่องที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดฝุ่น ละออง สารก่อภูมิแพ้ กลิ่น และมลพิษบางชนิดที่ปะปนอยู่ในอากาศ โดยหลักการทำงานพื้นฐานคือ ตัวเครื่องจะดูดอากาศภายในห้องเข้าไป ผ่านระบบหรือแผ่นกรองเพื่อดักจับสิ่งปนเปื้อน ก่อนปล่อยอากาศที่ผ่านการกรองแล้วกลับออกมาหมุนเวียนภายในห้อง

 

เครื่องฟอกอากาศมีกี่ประเภท? เทียบข้อแตกต่างและจุดเด่นของแต่ละแบบ

 

 

 

 

หากแบ่งตามเทคโนโลยีและระบบที่ใช้ในการกรองอากาศ เครื่องฟอกอากาศสามารถแบ่งได้เป็น 10 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงาน จุดเด่น และข้อจำกัดแตกต่างกันดังต่อไปนี้

 

1. แผ่นกรอง HEPA (HEPA Filter)

HEPA เป็นฟิลเตอร์กรองอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งใช้เส้นใยละเอียดดักจับอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศ

โดยสามารถดักจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97%

จึงเหมาะสำหรับคนที่มองหาเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนที่กรองPM2.5เกสร เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ได้

 

2. แผ่นกรองคาร์บอนกัมมันต์ (Activated Carbon Filter)

Activated Carbon ใช้แผ่นกรองฝุ่นคาร์บอนที่มีรูพรุนจำนวนมากในการดูดซับก๊าซ กลิ่น

และสารระเหยบางชนิด เช่น กลิ่นอาหาร ควัน หรือ VOCs จึงเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ทำอาหารบ่อย

หรือมีปัญหาเรื่องกลิ่นและควัน

 

3. เครื่องฟอกอากาศระบบไอออน (Ionizer)

หลักการทำงานของ ionizer คือการปล่อยประจุไฟฟ้าออกไปจับอนุภาคในอากาศ

ทำให้อนุภาคเกาะรวมกันแล้วตกลงบนพื้นหรือเกาะตามพื้นผิว จึงแตกต่างจากระบบกรองอากาศแบบ HEPA

ที่ดักฝุ่นไว้ภายในตัวกรองโดยตรง

 

4. เครื่องฟอกอากาศไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator)

เครื่องฟอกอากาศระบบไฟฟ้าสถิตจะชาร์จประจุให้อนุภาคในอากาศ

ก่อนดึงอนุภาคเหล่านั้นไปเกาะบนแผ่นรับประจุภายในเครื่อง ซึ่งต่างจากเครื่องฟอกอากาศแบบ Ionizer

ที่มักปล่อยให้อนุภาคตกหรือเกาะตามพื้นผิวภายในห้อง ทำให้ไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์แบบใช้แล้วทิ้ง

จึงประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า

 

5. แผ่นกรองหยาบ (Pre-Filter)

Pre-Filter เป็นแผ่นกรองด่านแรกสำหรับดักจับอนุภาคขนาดใหญ่ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ และฝุ่นหยาบ

ก่อนที่อากาศจะผ่านเข้าสู่แผ่นกรองชั้นละเอียดต่อไป

จึงช่วยลดสิ่งสกปรกและสารกระตุ้นภูมิแพ้บางส่วนที่ปะปนมากับฝุ่นหรือขนสัตว์ได้

พร้อมช่วยลดภาระและยืดอายุการใช้งานของ HEPA Filter สำหรับการกรองฝุ่นละเอียด PM2.5 ละอองเกสร

หรือสารก่อภูมิแพ้ขนาดเล็ก โดยควรใช้ Pre-Filter ร่วมกับ HEPA Filter หรือแผ่นกรองเฉพาะทาง

เพื่อให้ระบบกรองอากาศทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น

 

6. ระบบแสง UV-C (UV Sterilizer)

ระบบ UV-C เป็นการใช้รังสีอัลตราไวโอเลตเพื่อทำให้จุลชีพบางชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรียและไวรัส

ไม่ให้แพร่เชื้อได้ จึงมักถูกติดตั้งเป็นเทคโนโลยีเสริมภายในเครื่องฟอกหรือระบบปรับอากาศ

มากกว่าจะใช้แทนการกรองฝุ่นโดยตรง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่ต้องการเสริมด้านสุขอนามัย

 

7. ระบบ Photocatalytic Oxidation (PCO)

ระบบ Photocatalytic Oxidation ใช้แสงร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น Titanium Dioxide

เพื่อสร้างปฏิกิริยาออกซิเดชันสำหรับจัดการสารมลพิษบางชนิดในอากาศ

จึงมุ่งเน้นกำจัดมลพิษในรูปแบบก๊าซมากกว่าการใช้เป็นแผ่นกรองฝุ่นโดยตรง

ทั้งนี้ประสิทธิภาพอาจต่างกันไปในแต่ละรุ่น และไม่ควรใช้แทน HEPA

 

 

8. แผ่นกรองต้านแบคทีเรีย (Antibacterial Filter)

แผ่นกรองชนิดนี้ใช้วัสดุหรือสารเคลือบที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียบนตัวกรอง

โดยมักทำหน้าที่เป็นชั้นเสริมร่วมกับฟิลเตอร์กรองอากาศประเภทอื่น ๆ

จึงเหมาะกับบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุที่ป่วยง่าย อย่างไรก็ตาม แผ่นกรองชนิดนี้ยังไม่สามารถทดแทน HEPA ในการกรองฝุ่นละเอียดได้

 

 

9. เครื่องฟอกอากาศระบบพลาสมา (Plasma Air Purifier)

เครื่องฟอกอากาศระบบ Plasma ใช้พลังงานไฟฟ้าสร้างประจุหรืออนุภาคที่มีปฏิกิริยาสูง เพื่อจัดการอนุภาค กลิ่น หรือจุลชีพบางชนิด จึงพบได้ในเครื่องฟอกอากาศทั้งสำหรับบ้านและเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ทั้งนี้ควรระวังเรื่องการสร้างโอโซน ซึ่งเป็นก๊าซที่อาจทำให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคืองได้

 

 

10. เครื่องผลิตโอโซน (Ozone Generator)

Ozone Generator ทำงานโดยผลิตก๊าซโอโซนเพื่อทำปฏิกิริยากับสารบางชนิด

จึงเคยถูกนำมาใช้เพื่อลดกลิ่นหรือบำบัดพื้นที่บางประเภท อย่างไรก็ตาม โอโซนเป็นสารระคายเคืองต่อปอด และ EPA ระบุว่าเครื่องที่ตั้งใจผลิตโอโซนไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องกรองอากาศในพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่

 

 

เลือกเครื่องฟอกอากาศแบบไหนให้เหมาะกับบ้านคุณและไลฟ์สไตล์การใช้งาน

 

ประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศคือช่วยให้อากาศสะอาดขึ้น แต่เครื่องแต่ละแบบก็ไม่ได้เหมาะกับทุกพื้นที่ หากสงสัยว่าเครื่องฟอกอากาศช่วยอะไร และควรเลือกแบบไหน สามารถพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

 

● เน้นลดฝุ่นและ PM2.5 : เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA Filter ซึ่งกรอง PM2.5 จับฝุ่นละเอียด เกสร และสารก่อภูมิแพ้ได้ดี

● มีปัญหาเรื่องกลิ่น ควัน หรือสัตว์เลี้ยง : มองหาเครื่องฟอกอากาศรุ่นที่มี Activated Carbon ร่วมด้วย เพื่อช่วยดูดซับกลิ่นและสารระเหยบางชนิด

● เลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง : ตรวจสอบพื้นที่ห้องที่เครื่องรองรับและค่า CADR ยิ่งค่า CADR เหมาะสมกับขนาดห้อง ก็ยิ่งช่วยหมุนเวียนและกรองอากาศได้มีประสิทธิภาพ

● ดูค่าใช้จ่ายระยะยาว : นอกจากราคาเครื่องแล้ว ควรเช็กราคาและอายุการใช้งานของแผ่นกรอง รวมถึงความถี่ในการเปลี่ยนไส้กรองเครื่องฟอกอากาศด้วย

 

สาระน่ารู้ : ฝุ่น pm 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง? ฝุ่นจิ๋วที่ทำร้ายร่างกายได้มากกว่าที่คิด

 

 

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)

 

1. ต้องเปลี่ยนไส้กรองเครื่องฟอกอากาศบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปควรเปลี่ยนไส้กรองเครื่องฟอกอากาศทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดไส้กรอง ความถี่ในการใช้งาน และปริมาณฝุ่นในพื้นที่ หากไส้กรองสกปรกหรือประสิทธิภาพลดลง สามารถเปลี่ยนเร็วกว่ากำหนดได้

 

2. เครื่องฟอกอากาศมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยกี่ปี

เครื่องฟอกอากาศโดยทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่อง

ความถี่ในการใช้งาน และการดูแลรักษา

ซึ่งการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศตามกำหนดจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

 

 

เครื่องฟอกอากาศมีกี่ประเภท? เลือกแบบที่ใช่และตอบโจทย์จากLG

 

เครื่องฟอกอากาศมีหลายประเภทและใช้เทคโนโลยีในการกรองอากาศแตกต่างกัน

การเลือกให้เหมาะจึงควรพิจารณาทั้งปัญหาที่ต้องการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM2.5 กลิ่น หรือสารก่อภูมิแพ้

รวมถึงขนาดห้องและประสิทธิภาพของระบบกรอง โดยเครื่องที่มี Pre-Filter ยังช่วยดักจับฝุ่นหยาบ เส้นผม และขนสัตว์ก่อนเข้าสู่แผ่นกรองหลัก ช่วยให้ระบบกรองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

หากกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศสำหรับใช้งานภายในบ้าน LG

มีเครื่องฟอกอากาศหลากหลายรุ่นให้เลือกตามขนาดพื้นที่และความต้องการ

พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านได้อย่างเหมาะสม สามารถดูรายละเอียด

เปรียบเทียบรุ่น และเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ LG ได้ที่ เว็บไซต์ LG

 

● ผ่อน 0% นานสูงสุด 18 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

● รับส่วนลดพิเศษ 10% ทุกคำสั่งซื้อ (ยกเว้นการสั่งซื้อผ่านบริการ LG Subscribe)

● บริการจัดส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ พร้อม Exclusive Care+ (สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ)

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

● โทรศัพท์ : 02 057 5757

● ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.

● Line : @lgthailand

● อีเมล : supportlgeth@lge.com